Jang님의 프로필(¯`•¸·´¯)WHEN WE MAKE A ...사진블로그리스트기타 도구 도움말

블로그


    5월 25일

    ยี่สิบห้าเดือนห้า...



    Photobucket

    Petroica rodinogaster
    Pink Robin

    Quercus alba
    The white oak

    ...................
    ก่อนหน้านั้น กำแพงมันเปลือยเปล่า
    ใจเต็มไปด้วยความมุ่งหวัง

    ตอนนี้กำแพงมันไม่อ้างว้าง
    บนกำแพง
    มันมีความอ้างว้างของฉัน
    บรรจุอยู่แทน..

    ....................

    ฤดูหนาวผ่านมา โรบินสีชมพูจะออกมาจากป่า

    กลับไปอีกครั้งเมื่อฤดูใบไม้ผลิมาเยือน

    เธออยากเห็นนกโรบิน หรืออยากได้ฤดูใบไม้ผลิ

    ฉันไม่เห็นโรบินก็ได้

    ถ้ามันจะทำให้ฤดูหนาวของฉันผ่านไป..เสียที




    1월 19일

    ปีใหม่แล้วเหรอ..



    Photobucket

    สุขสันต์วันคริสต์มาส
    สุขสันต์ัวันปีใหม่
    สุขสันต์วันเด็ก
    สุขสันต์วันตรุษจีน

    รวบยอดทีเดียวก็แล้วกันนะคะ

    เอนทรีนี้มาเปิดศักราชใหม่ หลังจากเจอความวุ่นวายปีที่แล้ว
    หลังปิดสนามบิน ก็วินาศไปไม่น้อย ผีซ้ำด้ามพลอย คุณปู่ตื่นมาเฝ้าขโมยที่ร้อยวันพันปีไม่เคยเจอ
    แอบมาย่องขนของที่ล้นจากโกดัง มาสี่หนติดๆกัน ทำให้โรคหัวใจกำเริบ
    หลังพื้นขึ้นมา คุณพ่อที่น่ารักของพวกเรา ต้องเป็นอัมพาตซีกซ้ายทั้งซีก
    กว่าสัปดาห์ที่ทั้งหมดในครอบครัวจมกับปัญหา แต่ที่สุด...
    อากง..ที่เข้มแข็งคนนี้ กลับพาลูกๆหลานๆทุกคนผ่านมรสุมมาได้
    ทั้งๆที่ตัวเองเหลือเพียงซีกขวาที่ขยับเขยื้อนได้
    (ตอนนี้พิมพ์ด้วยน้ำตา)

    ตอนนี้"เรา" ทั้งหมด อยู่กับสิ่งที่มี อย่างมีความสุข

    หลังมรสุมเรื่องหนึ่ง ก็เจออีกเรื่อง
    บ้านที่สร้าง(เมื่อไหร่จะเสร็จ) ก็มีเหตุพิพาทกับผู้รับเหมา
    ต้องกินยานอนหลับทุกคืนติดกันกว่าสามอาทิตย์ ปวดหัว...
    ที่สุด ผองเพื่อน ก็ยื่นมือมาช่วยเหลือ
    กับคำพูดเรียกน้ำตา อิชั้นว่า
    "เพื่อนไม่ช่วยเพื่อน แล้วจะไปช่วยใครวะ"

    แวะมาขอบคุณทุกๆคนที่อวยพรมาให้
    อยากขอบคุณพิเศษสำหรับ ป่าน

    หลานspace ของน้าแจง

    น้าแจงขอบคุณป่านมากๆ การ์ดใบนั้น มาในวันที่คิดว่าย่ำแย่มากๆแล้ว
    กระดาษใบเล็กๆที่ถืออยู่ในมือ กลับทำให้รู้สึกว่า
    ไม่มีวันไหน แย่ที่สุดสำหรับน้าแจง
    ขอบคุณจากใจนะคะ

    ขอบคุณพิเศษ สำหรับครูอ้อ พี่กุ้ง น้องก้อง-ณรงค์ศักดิ์ ที่คอยเติมไฟให้แจงเสมอๆ
    ถ้าทุกๆอย่างลงตัวแล้วจะกลับมาวาดรูป และมีชีวิตเหมือนเดิม

    ขอบคุณทุกSMS ,mail ,ของขวัญ
    ปีนี้ ยุ่งจนทิ้งทุกๆคนไป ไม่มีของขวัญสักชิ้นให้กับคนที่รักสักคน
    แต่ยังอยู่ในความระลึกถึงเสมอนะคะ

    ปีหน้าเบิ้ลให้แระกัน...แหะๆ

    **********


    Photobucket


    ไปเที่ยวเชียงใหม่
    ไม่ถูกซะทีเดียวหรอก จริงๆไปลำปาง
    แต่อารมณ์ไหนไม่รู้ ขับเลยไปเชียงใหม่
    ขากลับแวะน้ำพุร้อนสันกำแพง
    บ่นกับน้องชายว่า ไม่ชอบเลย
    ไม่ชอบบรรยากาศภาคพื้นดิน
    น้องชายพยักหน้าเห็นด้วย

    ยกกล้องจับไปบนท้องฟ้า
    ชอบมองท้องฟ้า 
    ถึงมันจะสุดเอื้อม แต่รู้ว่าสายตาสัมผัสได้
    และเก็บสิ่งที่ชอบนั้นไว้ด้วยพื้นที่ในหัวใจ
    ข้างๆคือน้ำพุร้อน ต้นไม้ยืนตาย ตัดกับท้องฟ้าที่สดใส
    ความเป็นจริงมันเป็นแบบนี้
    สามสิ่งที่มองเห็นที่เป็นความจริง
    และ การตัดสินใจที่จะเลือกเก็บสิ่งใดไว้
    ในความทรงจำ
    ...
    ถ้ารู้จักฉัน..
    เธอจะรู้ว่า
    พื้นที่ที่เหลือไม่มากนักในความทรงจำ
    ฉันเก็บแต่เรื่องดีๆเสมอ

    "ความรัก ทำให้เราได้รู้สึกถึงคุณค่าของการมีชีวิตอยู่
    ความทรงจำที่งดงาม ทำให้เรารู้สึกถึงคุณค่าของชีวิตที่ผ่านมา"



    เพิ่งเห็นข่าวที่วางโทษสำหรับผู้ใช้ของละเมิดลิขสิทธิ์ ที่สนามบิน
    เอาล่ะ สิ หลุยส์ ปลอม ชาแนลเก๊ โคลนนิ่งแบรนด์ ดังทั้งหลาย
    แลบลิ้น

    นังเหวิ่ง บ้านหนองอีฮวก เพิ่ง ได้ผัวฝาหรั่งพอเป็นหน้าเป็นตาแก่วงศ์ตระกูล
    จะกลับอังกฤษพร้อมผัวปลายเดือนนี้
    ลูกสาวของแม่บ้าน เพื่อนสนิทกับเหวิ่งพามาขอคำปรึกษาเรื่องไปเมืองนอกเมืองนา
    ข้าวของกองเป็นภูเขา เหวิ่งบอกว่า
    กลัวคนดูถูกค่า..นาย เลยซื้อเสื้อผ้า ข้าวของใหม่
    สะดุดตากระเป๋าบางใบที่คลับคล้ายคลับคลา แบรนด์คุ้นตา
    ที่เหวิ่งสอยมาจากตลาดนัด บอกว่า ยี่ห้อ"ก๊อบ-หลุย"
    "ไม่ใช่ กอล์ฟ-ไมค์ เหรอเหวิ่ง" แอบแซว...
    "บ่อใช่ค่า  แม่ค้าเพิ่นว่า "ก๊อบหลุย..ยี่ห้อ ก๊อบหลุย คุณหญิงคุณนาย เพิ่นก็หิ้วนำ"

    เย้ยหยัน

    เหวิ่งเอ้ย
      ดันไปหิ้วก๊อปตลาดนัด 199
    ของก๊อปเขายังแบ่งชนชั้นกันเลย
    (หิ้วก๊อปเกรดเอสามารถใช้ครึ่งตาปรายมาดูก๊อปเกรดบี
    ถ้าเป็นซี ดี อี เอฟ...ใช้แค่หางตาก็พอ  ถ้าหิ้วแบรนด์จริง คุณจะไม่สามารถมองใครได้
    เพราะคางจะวางที่ตำแหน่ง45 องศากับหน้าอก)

    หิ้วผ่าน ตม.ไประวังแล้วกัน
    ได้ผัวฝรั่งไม่พอเน้อเหวิ่ง  ผัวเจ้าต้องเป็น รมต. สส. ดร. ศจ. อสมท..เอ้ย..ไม่ใช่
    หิ้วของก๊อปถึงจะเนียนพอ

    ใช้ของก๊อปเนี้ย ไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะเหวิ่ง ต้องฉลาดที่จะเลือกของให้เหมือน ฉลาดทำตัวเนียนๆ
    ฉลาดอย่างเดียวก็ไม่พอ ต้องหน้าด้านด้วย
    กลับไป เลิ้น-เดิ่น  คราวหน้า สะพายย่ามไปเห้อ
    สมฐานะคนอย่างเราๆ
    พอเพียง...ดี !!!

    ขยิบตา

    ปล. กลอนวันพ่อ คราวแล้วได้รางวัล สะตอเบอร์รี่ ดีเด่นจากสมาคมรำพัด แม่บ้านผัวบ้างาน...ได้ถั่วปากอ้ามาสามกระป๋อง
    อยากได้ถั่วบะ-ลูไดมอนด์อ่ะ  อร่อยกว่ากันเยอะ...เง้อ..แลบลิ้น

    10월 10일

    คิดแบบ...เขาคิด

    เรื่อง: ทำไมต้องฆ่า - แบบทดสอบทางจิตวิทยา 
      
    เรื่องมีอยู่ว่า 


    มีหญิงสาว 
    2 คนเป็นพี่น้องกัน 
    ต่อมาแม่ของพวกเธอได้เสียชีวิตลง จึงได้จัดงานศพขึ้น 
    และในงานศพนี้เอง คนพี่ ได้พบกับชายหนุ่มคนนึง ที่มาร่วมงานศพ 
    และได้เกิดปิ๊งกัน ได้รักกัน คบหากัน.... 
    ต่อมาอยู่ดี ๆ ชายหนุ่มได้หายไป ไม่ติดต่อมาหาเธออีก 

    ...... 
    ...... 
    ...... 

    ต่อมา หญิงสาวคนพี่ ได้ตัดสินใจลงมือ ฆ่า น้องสาวของตัวเอง.... 

    .... 
    .... 
    .... 

    คำถามมีอยู่ว่า ทำไมพี่สาวจึงต้องฆ่าน้องสาวของตัวเอง 


    คำตอบที่แต่ละคนตอบ จะเป็นตัวบอกถึงภาวะทางจิตใจของแต่ละคนครับ 


    เพื่อความสนุก และ ได้ผลที่ดี ขอให้ตอบก่อนที่จะดูเฉลยนะครับ 




    ******************************

    นี่เป็น Fw mail ที่ได้จากเพื่อนคนหนึ่ง  
    อ่านปุ๊บ ตอบปั๊บ  แล้วพอดูเฉลย  ก็หัวร่อดังๆ......
     
    | 
    | 
    v เอาเมาท์แดรกจากข้างล่างนี้ลงไป

    เธอได้เจอกับชายคนนั้น เพราะเขามางานศพแม่ของเธอ 
    เธอจึงฆ่าน้องสาวตัวเอง เพื่อจะได้จัดงานศพอีกครั้ง..... 

    .... 
    แล้วหวังว่า เขาคนนั้น จะมางาน และ ได้เจอกันอีก.... 

    สำหรับผู้ที่ตอบแบบอื่น ถือว่าท่านเป็นคนปกติ มีภาวะทางจิตปกติ 


    แต่ท่านที่ตอบได้ตรงกับเฉลย อยากให้ท่านระวังตัวเอาไว้หน่อย 
    เพราะแบบทดสอบนี้ได้ถูกนำไปให้นักโทษฆ่าคนตายในคุกทำ 
    แทบทุกคนตอบแบบนี้กันหมด แล้วแทบจะตอบแบบทันทีทันด้วย 
    นักโทษพวกนั้นก็เช่น หมอเหลิม.. 

    ^ 
    | 
    | 
    | 

    มีใครตอบได้ตรงกะที่เฉลยมั่งครับ อยากรู้จัง บอกหน่อย 
    >>>>>>แน๊..

    *******************
    มันตื้นไปหน่อย หากจะคิดว่าคนที่ตอบได้ ต้องเป็นตามนั้น เพราะ คนที่ต้องตามจับคนพวกนั้นให้ได้ ก็ต้องคิดให้เหมือน
    คนพวกนั้นเหมือนกัน


    " การงานบางอย่างจะให้สำเร็จได้ ต้องฉลาดที่จะเรียนรู้ที่จะคิด อย่างศัตรูคิด ถึงจะเข้าใจในสิ่งที่ศัตรูทำและจะทำ นั่นเท่ากับว่า ท่านได้ตัดอุปสรรคในหนทางออกไปได้อีกหนึ่งประการ"

    คำว่ารู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง....มันอมตะจริงๆ

    เอนทรี่นี้ไม่มีสาระอะไร...แม้กระทั่งทางการเมือง....



    ปล. ถ้าผู้ทรงภูมิทั้งหลายถือแบบทดสอบนี้มาถาม ดิฉันจะตอบไปว่า

    "อ๋อ...สงสัยนังพี่สาวสติแตกมั้งคะ  ถึงเชือดน้องสาว ประจานตัวเองให้ชาวบ้านดูซะงั้น..."


    ห้ามบอกใครห้ามบอกใครห้ามบอกใครห้ามบอกใคร    แลบลิ้น
    7월 15일

    Who let the dogs out????


          


     กรุณากดปุ่ม PLAY ก่อนอ่าน เพื่อให้ได้อรรถรสในการอ่านมากขึ้น

    บ้านใครเลี้ยงหมาบ้าง??  ตอนนี้มีปัญหากับหมาแถวบ้านค่ะ

      บ้านที่อยู่ปัจจุบันเป็นทาวส์เฮ้าส์  ซื้อมาตั้งแต่เริ่มเปิดโครงการ จนถึงตอนนี้ก็ยี่สิบปีได้แล้ว เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่กันเงียบๆและได้รับการดูแลจากเจ้าของโครงการ จนวันหนึ่งเมื่อขายบ้านหมดเจ้าของโครงการก็ยกการดูแลหมู่บ้านให้กับคนในหมู่บ้านจัดการบริหาร ดูแลกันเอง ผ่านไปหลายปี ถนนเส้นนี้เชื่อมต่อกับทางไปพระราม 7 ละแวกนี้เริ่มมีผู้คนย้ายมาอยู่ และเริ่มพลุกพล่าน มีเพื่อนบ้านหลายคน ย้ายออกไปซื้อบ้านแถวชานเมือง กรรมการบริหารก็แยกย้ายกระจัดกระจายกันออกไป แต่คนในหมู่บ้านก้พยายามรวมตัวกันจัดกิจกรรมและช่วยกันดูแลหมู่บ้านตามกำลังที่พอจะเสียสละมาช่วยได้

    เรื่องที่เป็นปัญหามากที่สุดคือ บ้านที่เลี้ยงหมา หลายบ้านพยายามดูแลหมาที่ตัวเองเลี้ยงไม่ให้รบกวนบ้านอื่นที่ไม่เลี้ยงหรือไม่ชอบหมา  เวลาพาหมาออกมาเดินก็จะเห็นเจ้าของหมาที่น่ารักเหล่านี้ ถือถุงกระดาษ ถุงพลาสติก เพื่อเก็บขี้หมาของตัวเอง  แต่มันก็มีบางคนที่พาหมาออกมาเดินแล้วให้หมาถ่ายเรี่ยราดตามถนนหรือหน้าบ้านของคนอื่น หลายหนเข้าคนในหมู่บ้านก็ร่วมใจกันประนาม ทำให้คนรักหมาแต่ไม่รักขี้หมาของตัวเอง ใช้วิธีปล่อยหมาออกมาถ่ายเอง แล้วค่อยเรียกหมากลับไปเพื่อจะได้ไม่ปะทะกับเพื่อนบ้าน

       เซ็งไหม? ถ้าทุกเช้าตื่นมาแล้วเจอกับกองขี้หมาหน้าบ้าน  แล้วจับไม่ได้ว่าหมาของใคร ปีกว่าๆที่มีปัญหา จนคนละแวกบ้านเลยร่วมด้วยช่วยกัน ตั้งกองสอดแนมหมาลึกลับที่มาทำเลอะเทอะหน้าบ้าน  ในที่สุดก็จับได้ว่าเป็นหมาของใคร  พวกเราเดินไปแจ้งเจ้าของหมาว่า หมาของเขามาทำเลอะเทอะหน้าบ้านเรา กลับได้รับคำตอบว่า

    ถนนสาธารณะ หมามันจะขี้ตรงไหนก็ได้

    อ้าวพี่  พูดงี้ไม่ถูกนะ สาธารณะหมายถึงส่วนรวม แล้วก็ไม่ได้หมายความว่าใครจะใช้ยังไงตามใจก็ได้

    กูจ่ายภาษี กูก็เป็นเจ้าของถนน เป็นเจ้าของที่สาธารณะเหมือนกันโว้ย  หมากูจะขี้ที่ไหนก็ได้

    ถ้าคำว่าสาธารณะหมายความว่าพี่จะมาทำตามใจชอบได้ งั้น ลูกหนูมานั่งอึหน้าบ้านพี่ก็ไม่ผิดงั้นสิ

    ลูกเมิงเป็นหมาเหรอ เป็นคนก็ไปขี้ที่บ้านเมิงสิ”>>> จบประโยคนี้เกือบมีชก

     

    จ่ายภาษีแล้ว....หมาอึในที่สาธารณะได้  คนอึไม่ได้  โห...อภิสิทธิ์ชน เอ้ย อภิสิทธิ์หมา  จริงๆ!!!

     

    เมื่อคุยแล้วดูท่าทางจะเป็นเรื่องมากกว่าจบเรื่องเลยกลับมาตั้งหลักกันใหม่
    บางคนบอกให้ไปแจ้งความ บางคนก็บอกเอาพริกไทยมาโรย หาน้ำยานู่นนี่มาพ่นไล่..คิดไปร้อยแปดแต่ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป

    ใครอย่าคิดว่าเรื่องขี้ๆ แบบนี้เป็นเรื่องเล็กๆนะคะ  จำได้เคยมีเรื่องที่เวปพันทิปมาหลายหนเพราะคนไปโพสถามเรื่องการปล่อยหมาออกมาถ่ายในที่สาธารณะกับคนรักหมาที่ห้องจตุจักร จนในที่สุดWM เลยตัดสินใจลบกระทู้ที่มาโพสถามเรื่องแบบนี้ที่ห้องนี้เพราะ จะก่อให้เกิดการทะเลาะกัน  นัยว่าคนที่รักหมาแล้วเล่นห้องนั้น ไม่เคยปล่อยหมาออกไปทำความเดือดร้อนให้ชาวบ้านจึงไม่สมควรรับรู้รับเห็นกับการแสดงอารมณ์ของคนที่เดือดร้อนจากที่อื่นมา  บางคนถึงกับขึ้นโรงขึ้นศาลเพราะขี้หมากองเดียว เหตุมันคงไม่เกิดหากคนที่เลี้ยงรู้จักรับผิดชอบและมีสำนึกต่อสังคมบ้าง 

    ขี้หมาที่หมาตัวเองมาปล่อยไว้ในที่สาธารณะ มันสร้างความเดือดร้อน รำคาญและหมดภาพลักษณ์ที่สวยงามของสถานที่นั้นๆไป

     

     เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาตื่นมาพบกองขี้หมาก้อนมหึมาตั้งเด่นเป็นสง่าหน้าบ้านพร้อมบั้นท้ายขนปุยวิ่งแน่บเข้าไปบ้านหลังที่มีปัญหา วีนสิคะ  อารมณ์เสียแต่เช้า ว่าจะจิบกาแฟชมสิงโตพัดแดงที่เพิ่งออกดอก ต้องมากวาดขี้หมาเปียกๆ แล้วล้างหน้าบ้านขนานใหญ่ น้องชายเพิ่งกลับมาเมื่อคืน ได้ยินเสียงพี่บ่นเลยงัวเงียลุกมาถาม พอรู้ความก็ทำหน้าเซ็งๆ ก่อนย้ายร่างล่ำบึ๊กเหมือนหมีGrizzly แห่งไอดาโฮ ออกไปยืนหน้าระเบียงบ้าน และพูดดังๆ ว่า

     

    โทษหมามันทำไม หมามันออกมาขี้ก็ตามประสาหมา  พี่แจงจะด่าต้องด่าเจ้าของหมา เลี้ยงหมาแล้วปล่อยออกมาสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน มันไม่ใช่สันดานคนแล้ว  ไม่ต้องพูดให้เสียเวลา ถ้ามันปล่อยหมาออกมาผ่านหน้าบ้าน เราก็ส่องสักเปรี้ยงให้ตายห่...ไปเลย จะได้จบๆ ยิงหมาตายสักตัวจ่ายค่าปรับไม่เท่าไหร่หรอก ถูกกว่าจ้างยิงเจ้าของหมา


    หึ หึ

    สามวันแล้วเห็นหมาตัวนั้นโดนขังไว้ในบ้าน เมื่อเช้าได้จิบกาแฟ และชมสิงโตพัดแดงดอกที่สองบาน โดยปราศจากกองขี้หมา.. ชื่นใจจริงๆ





    6월 12일

    กลุ่มพันธมิตรเล่นบอลยูโร




    Photobucket



    เข้าใจว่าความต่างกันเรื่องความคิดเห็นมันเกิดขึ้นได้
    แต่ไม่เข้าใจเหตุผลของการชุมนุมที่นั่น
    คำที่"สำราก"(แล้วมันจะเรียกคำได้ไหม..???) ว่าอีกฝ่ายจาบจ้วง หมิ่นฯ โกงกิน  แบะๆๆๆ

    ขณะที่ตัวเองจ้วงจาบ หยาบคายและ ไม่โกง (มั่งหรือไงฟ่ะไอ่กวาง*..)

    แทรก*...ขอโทษค่ะ คำว่าควาย  มีไว้ให้ชนชั้นศักดินาและพวกกู้ชาติใช้เวลาสื่อสารกับสาวก
    เป็นคำที่ ไพร่อย่างดิฉันไม่อาจเอื้อมใช้ด้วยได้ 
    ให้ถือว่า ความหมายใกล้เคียง เทียบเท่า  กวาง=ควาย

    เคยรู้จากคนเก่าๆแก่ๆ สมัยเมื่อยังเด็กว่า มีหลายหนที่เกิดกรณีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
     ทางสำนักราชวังและผู้ที่รับผิดชอบจะเข้าไปจัดการเองโดยเงียบ เพื่อไม่ให้ระคายเบื้องพระยุคลบาท
    และไม่ให้ข่าวแพร่ออกไปเพื่อเกิดการขยายวงกว้าง  (เคยเล่นเกมส์บอกต่อๆกันแล้ว คงรู้ดี)
    เพิ่งมาประจักษ์แก่สายตา สองหู มาสมัยนี้ที่
    กรณีหมิ่นฯ ถูกนำมาอ่านกลางผู้ชุมนุม ถูกนักการเมืองปัญญาอ่อน(ที่คิดอะไรเองไม่เป็นเอะอะก็ จะขอนายกพระราชทานอยู่เรื่อย)
    นำมาเป็นเกมทางการเมือง( เริ่มคิดเป็นแล้ว แต่คิดได้เลวไปหน่อยนะพ่อมาก)

    ใครจะคิดอะไรก็เชิญ
    สำหรับฉัน  นรก 5 ตัวที่มัฆวานและสวะประชาธิปัตย์
    จาบจ้วงตัวจริง

    อย่ามาบอกว่า ทำไปเพราะปกป้อง  ทำไปเพราะชาติบ้านเมือง
    เก่งจริงทำไมไม่เล่นตามกติกา
    แล้วอย่ามาบอกว่าอีกฝ่ายเล่นนอกกติกาหรือตุกติก
    เพราะถ้าเก่งจริง ฉลาดจริง
    เล่นยังไงก็ชนะ

    ถ้า  กวาง...ขนาดนี้
    ยกประเทศให้ทักษิณไปเหอะ


    **********

    ใครยังเชื่ออีกว่ากษัตริย์เป็นสมมุติเทพ  เป็นเทพที่ทรงลงมาจากสวรรค์
    เพื่อโปรดมนุษย์แบบเราๆ
    สมัยที่ เท้าของฝรั่งตาน้ำข้าวไปประทับบนดวงจันทรที่์ลอยแอ้งเม้งบนท้องฟ้าให้เรามองเห็น

    แต่สำหรับฉัน
    ในหลวงไม่ใช่เทพ  ไม่ใช่ผู้วิเศษ
    เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา 
    ที่..

    "ทำทุกอย่างเกินมนุษย์ธรรมดา"

    ฉันรักพระองค์ท่าน
    มิใช่คำพร่ำสอนที่สั่งสมกันมา ไม่ใช่หน้าที่ของคนไทย
    แต่ัฉันรักพระองค์ท่าน
    ด้วยเหตุผลเดียวคือ


    พระองค์ท่านทรงเป็นผู้ให้ อย่างที่ไม่เคยหยุดพัก

    ไม่ว่าเสียงติฉินนินทาให้ร้ายต่อราชวงศ์เป็นเช่นไร
    ฉันกลับรู้สึกว่า  ถ้าเป็นเรา  ที่ต้องทิ้งความฝันของตัวเอง  มาแบกสิ่งที่หนักหนา
    คือประเทศชาติ นี้ไว้
    เสียสละทั้งความเป็นส่วนตัว ครอบครัว ทุกสิ่งทุกอย่าง
    มาเพียงเพื่อให้ชาติเป็นชาติ
    ฉันทำไม่ได้
    แต่ ในหลวง ผู้วิเศษของฉัน  ทำได้
    ....
    ลูกๆทะเลาะกัน  คนนึงจะให้พ่อตัดสิน คนนึงอยากให้พ่อเข้าข้าง
    ลองเป็นพ่อดูบ้างไหม
    ตอบไม่ตอบ
    มันสำคัญอย่างไร  เพราะไม่ว่าถูกหรือผิด  ลูกก็คือลูก

    .............

    ชอบรูปนี้


    Photobucket



















    6월 5일

    ดิฉันเข้าข่าย..ขายชาติ...

      ด่าหลิง...แปลว่าDarling
    (จะเรียก พ่อกวางของฉัน My dear ก็เกรงจะเข้าข่ายก๊อปปี้ แปะ ของน้องกระป๋อง เขา ..ปล่อยให้แพทเป็นน้องกวางของพ่อกระป๋องไปอย่างนั้นแล้วกัน..อิิอิ)

      สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังนะจ๊ะ  ความจริง..กะว่าจะมาทำ..ให้แปลกประหลาดใจ...(Surprise>>นั่นเอง)  ในวันเกิด
    แต่ ครอบครัวน้อยๆที่น่ารักของเรา ต้องระเห็ดไปนอนเฝ้า้ลูกหมาน้อยที่โรงพยาบาล  ทำให้ภริยาของคุณไม่สามารถประดิษฐ์  ความประหลาดใจ  มาให้ทันวันเกิดได้....


         ดีเหมือนกัน ไม่มีเค้ก  ด่าหลิงก็จะได้ไม่อ้วนท้วนเป็นลูกขนุนอีกต่อไป....แลบลิ้น 
      ขอให้มีความสุขมากๆกับการที่มีเมียคนเดียว คนเดิมและลูกลิงสองหน่อ...เอ๊ะยังไง   เอาว่า ห้ามมีความสุขโดยมิมีชั้นอยู่  เข้าใจ๊!!! ( ถ้าไม่เข้าใจ  ลองนึกถึงแต้ม99เต็ม100 ของฉันที่ค่ายจปร.ที่ไปครั้งล่าสุดดู)

    *********************************

    เดือนที่ผ่านๆมาเข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น   ห่างเหินคอมพ์และเนทมาพอสมควร
    ชะแว้บๆเป็นบางเวลา  ก็ไม่ทันอ่านสเปซ ไฮไฟว์ หรือ บลอคใดๆของเพื่อนฝูง
    เข้าไปสำรวจบอร์ดพันทิปมาวันนี้  อยากรู้ว่า รดน.จะมีความเห็นเช่นไรกับ

    เทพทั้ง 5

    อะไร้..ไม่เท่ากระทู้นี้ 
    http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P6671109/P6671109.html

    อ่านแล้วต้องทบทวนตัวเองอย่างหนัก
    ชั้น..เข้าข่ายขายชาติไปแล้วนะเนี่ย...
    ไม่ได้แล้วๆๆๆๆ
    พรุ่งนี้เห็นทีต้องเอาผ้าเหลือง โพกหัว เอาริบบิ้นขาวมาผูก
    เอาเสื้อแดง กะป้าย ไม่เอา คมช และออกไป๊..พันธมิตร  ไปซ่อน
    เอาธูปเอาเทียน พวงมาลัย  ร้อยลายคดกริช บิดสามเกลียวซ้อน
    ไปกราบ  เทพทั้ง 5 ที่มัฆวาน
    ขอให้เทพทั้ง 5 ช่วยปัดเป่า ข้อหาขายชาติจะได้หลุดพ้นจากตัว
    แอบงอนอาจารย์สังคมนะเนี่ย..
    แหม  สอนหนูเรื่องประชาธิปไตยอะไรกัน  อาจารย์สอนหนูผิดทั้งนั้น
    ที่หนูรู้ และเข้าใจมาโดยตลอดนี่มันไม่ใช่ประชาธิปไตย
    เนี๊ยะ  ถ้าไม่ได้ ท่านศาสดา เทพทั้ง 5 มาโปรด
    หนูคงไม่มีทางรู้เลยนะว่า
    ประชาธิปไตยมันเป็นยังไง

    ......

    ถึงเจ้ๆทั้งหลาย

                    อิชั้นไม่ว่างไปชอปปิ้งด้วยนะในระยะนี้  มะรืนนี้หลังไปกราบขอขมาท่านเทพทั้ง 5 ที่มัฆวานแล้ว จะต้องไปปรึกษากับอาจารย์ที่โรงเรียนลูก ว่าจะต้องเรียนพิเศษอะไรเพิ่มเติมหรือเปล่า ลูกถึงจะได้เป็น นักวิชาการ กับเขา
                  โตมาจะได้ไม่ห่วงว่า แม่พ่อเกิดชนชั้นไพร่ ลูกจะไม่ตกอับไปอยู่ระดับพวกไพร่ขายชาติ ลูกได้เป็นนักวิชาการ ก็จะได้ยกระดับจากไพร่ไปสู่สังคมชั้นสูง ให้คนนับหน้าถือตา
    อืม..เจ้ๆ  อย่าให้ลูกกินเนื้อสัตว์มากนะเดี๋ยวไม่ฉลาด  ต้องกินผักมากๆแบบท่านเทพจำลอง  จะได้เฉลียวฉลาด  ให้ดี เหมาปิ่นโตจากร้านท่านมาเลี้ยงลูกเลย จะได้อานิสงค์ผลบุญจากท่านเทพไปด้วย
     อ้อ..จะส่งลูกเรียนเมืองนอก  ย้ำว่าที่อีตั้น ประเทศอังกฤษเท่านั้น...เรียนจบแล้วจะแถมปริญญา..ม.7 มาให้ด้วย

              อาทิตย์หน้า เจ้ๆว่างกันหรือเปล่า เพื่อนๆจะจัดม๊อปปิดถนนหน้าโรงเรียน  ไล่อ.ใหญ่ออกฐานขึ้นค่าเทอม  อ.เกื้อ อยู่มากี่สมัยแล้วไม่เห็นขึ้นค่าเทอม  นี่อะไร้..เพิ่งมาไม่ทันไรขึ้นค่าเทอมซะแระ  อย่างนี้เรียกว่า"บริหารไม่เป็น" ต้องจัดม๊ีอปไล่ออก
              อย่าโกรธกันนะตะเองที่ไปชอบปิ้งด้วยไม่ได้  หุ้นร่วงกราวรูดอาทิตย์ที่แล้ว อิชั้นหมดไปหลายอัฐ  แถมเข้าข่ายขายชาติไปซะแบบนี้อีก  คงต้องเจียมเนื้อเจียมตัวอยู่กับบ้าน
    ขอใช้หมองคิดหน่อยว่าจะยกระดับจากไพร่รากหญ้ามาเป็น พวกศักดินา ปัญญาชน กะเค้ายังไงดี...
               น่านะ  ขอพรท่านเทพแล้วคงกินดีอยู่ดี อู้ฟู่เหมือนเดิม เดี๋ยวคงได้กลับไปชอปกระจายกับเจ้ๆทั้งหลายได้แล้ว
    ท่านเทพ ของแรง...ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะเจ้นะ...

         รักเจ้ๆ้เหมือนเดิม

           ซ้อ เล็กแห่งซอยออนป้า (หม่าม้า ซอยเสือใหญ่)



    ปล. อ.ดาฯ ขา.. ข้อความบรรทัดที่ว่าจะจัดม๊อป...ล้อเล่งๆๆ นะคร้า...ยังเทใจรักสาธิตเกษตร เหมือนเดิมค่ะ
    ขึ้นๆไปดีแล้วค่ะ  หม่าม้าป่าป๊าทั้งหลาย จะได้ไม่ต้องจัดงบไปอุดหนุน งานประจำปีอีก..อุ้ย..ชั้นพูดอะไรออกไป....
     

       






    3월 18일

    สะ-ตอ-(เบอรี่)

    สะ-ตอ-(เบอรี่)

    รักในหลวง
    เชื่อเราป่ะ
    เชื่อหน่อยดิ๊..
    เชื่อหน่อย

    ทำไรให้ในหลวงตั้งเยอะ
    เดี๋ยวงาน... เดี๋ยวงาน.... เดี๋ยวงาน....
    ตั้งหลายงาน
    ที่ตบท้ายด้วย


    เทิดไท้องค์ราชันย์

    คนไหนไม่ทำ  ไม่จงรักภักดีนาเฟร้ย..

    สะ-ตอ
    สะ-ตอ
    สะ-ตอ
    สะ-ตอ




    บ่นเรื่อยเปื่อยค่ะ
    แอบหยิก กัด แทะโลม เอ้ย  แทะเฉยๆ คนบางคน
    (แทะโลมเอาไว้ใช้กับชายหนุ่มหน้าตาดี กว่าสามี เท่านั้น)
    แค่เบื่อค่ะ
    มีคนเยอะแยะ
    มาชวนทำไรต่อมิอะไร.ให้ในหลวง

    หลายงานที่ร่วมด้วยช่วยกัน
    เพราะเห็นว่า...คนทำ
    ทำเงียบๆ
    หลายงานที่นิ่งซะ
    ด้วยเห็นว่า
    "ไม่อยากให้ หมาในปาก ออกมาไล่กัดผู้คน"

    ก็ยังมีคนเว้าวอน...

    จะบอกว่า ที่อิชั้นไม่ช่วย ไม่ใช่เพราะไม่ว่างแต่อย่างใด
    แค่...ไม่อยากช่วย
    และไม่เกี่ยวกับจะจงรักภักดีหรือไม่

    เข้าใจไม๊เนียะ

    เอาชัดๆ


    ฉันไม่อยากร่วมสังฆกรรม คริสตกรรม เทวกรรม หรือ มีกรรม ร่วมกับหล่อน

    ชัดมะ



    แปลกใจ..เฉยๆ
    แปลกใจแบบส่วนตัว
    อะไรต่อมิอะไรที่ตั้งใจทำให้ในหลวง
    เอาแบบเงียบๆไม่ได้หรือไง
    ค่าพิมพ์เอกสาร ค่าสปอตโฆษณา ใบปลิว ค่านู่นนี่นั่น
    เอาเงินพวกนี้ ไปให้ในหลวง หรือมูลนิธิของท่านเลยดีไหม
    ไม่อยากด่าเลยนะ
    บางโครงการ
    ไปเป็นเหลือบริ้นไร เอาค่าใช้จ่ายพวกนี้ จากส่วนราชการ
    ซึ่งมีอยู่น้อยนิดอยู่แล้ว
    แล้วแหล๋นแปร๋นเอาหน้า
    อย่าคิดว่า ไม่มีคนรู้ทัน
    ที่แสบไปกว่านั้น
    คนไม่ร่วมมือ
    จะโดนหางเลขว่า
    ไม่ภักดี ไม่รักในหลวง

    ..................

    ไม่เป็นไร้....
    อิชั้นเป็นประเภท
    รักนะ แต่ไม่แสดงออก


    แสดงออกแบบโอเวอร์ๆ เยี่ยงนั้้น
    ทำแล้วกลัวเสนียด จัญไร ขึ้น

    ..............


    คำคมวันนี้....
    รักพระเจ้าอยู่หัว
    อย่ามัว...สะ-ตอ-เบอ-รี่



    สเปซไร้สาระนะคะ มาทักทายได้ แต่อย่าเก็บไปหนักหัว
    เดี๋ยวเตรียมพบกับเวอร์ชั่น 
    ว่างงาน
    จะอัพให้อ่านไม่ทันเลยสิเอ้า...

    ขยิบตาแลบลิ้น



    2월 20일

    วาดภาพ...

    Photobucket


    เพิ่งเสร็จงานเปิดตัวที่เรียนวาดรูปของเครือข่ายวิทย์สานศิลป์ใหม่ ที่The Third Place ทองหล่อซอย 10
    จากที่ทำงานเบื้องหลัง กะว่า กะว่า จะทำแค่ art work และเวปอย่างเดียว เลยกลายเป็น เหมาหมด
    เดินสายแจกเอกสารประชาสัมพันธ์  นั่งจิ้มดีดส่งเมลหาสื่อทั่วไปหมดเท่าที่จะนึกขึ้นได้ ไปกลับๆรัชดา-ทองหล่อ
    เพื่อเตรียมสถานที่
    งานต่อไป  อบรมการวาดรูปแนว Botanical Illustration กับดอกกล้วยไม้

    เป็นเดือนที่อยากพักมากที่สุด แต่งานก็เข้ามาไม่หยุด

    บนรถไฟฟ้ากับเพื่อนรัก..

    Syd อยากหยุดสักวันไม๊ อยากนัดกันออกไปเดินดูตึกรามบ้านช่อง จิบชา กาแฟในร้านสวยๆ

    คิดสิ  อยากมีสักวันที่ไม่คิดเรื่องอะไรเลย เดินดูของ หาหนังสืออ่าน ไปร้านนู้นออกร้านนี้

    เงียบ...ถอนหายใจ
    แอบมองผู้คนบนรถไฟฟ้า คงจะมีใครสักคนบนรถคันนี้
    ที่เวลาบนนั้น ขณะนั้น
    เป็นเวลาเดียวที่ได้หยุดพัก...
    และแอบหวัง...



    เวลาทีคนเราต้องเผชิญหน้ากับการเลือกจะทำร้ายคนอื่น หรือทำร้ายตัวเอง
    เรามักจะเลือกได้อย่างไม่ลังเลกับข้อแรก
    หากคนๆนั้นไม่ใช่เป็นคนที่เรารัก

    และมันง่ายดายสำหรับฉัน ที่จะเลือกทำร้ายตัวเอง ในแบบที่คุณบอก
    เพียงแต่ สิ่งที่คุณเรียกกันว่า ทำร้ายตัวเอง นั้น
    ฉันกลับเรียกว่า เลือกในสิ่งดี
    มีใครบางคนบอกว่า คนดี กับคนโง่ มันแทบแยกกันไม่ออก
    แค่คนที่มองคือใคร ก็เท่านั้น

    หากว่าวันนี้ฉันเป็นคนโง่ในสายตาของคนบางคน  ฉันก็ไม่เสียใจ
    เพราะในสายตาของคนที่รักฉัน
    ฉัันยังเป็นคนที่ดี และแสนดี สำหรับพวกเขาเสมอ

    แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับการถูกทำร้าย


    การที่เดินออกไปบอกโลกได้ทุกๆวันว่า  ฉันเป็นคนดี
    มันคุ้มค่าไม่ใช่หรือ

    ฉันเหนื่อย แต่ยังมีความรักโอบกอดไว้และสามารถล้มตัวนอนลงได้โดยมีความดีงามเฝ้ามอง


    " เฮ้ย  ว่างไม๊วะ  จ้างหมื่นนึงดิ่ แกช่วยมาดูร้านให้หน่อย"
    "ร้านอะไร "
    "เพิ่งไปเซ้งร้านแถวสาธร ใกล้บ้าน....(ภรรยา=เมียมันนั่นแหล่ะแลบลิ้น) ว่าจะทำเป็น...บลาๆๆๆๆๆ"
    "เออ  ว่างๆเดี๋ยวเข้าไปดูให้"
    "พฤหัสนี้ ว่าจะเอาลูกน้องไปล้างตึกเตรียมสถานที่  แกแวะเข้ามาดูได้ป่าววะ"
    "เอาดิ่  ส่งแผนที่มาแล้วกัน"


    "แม่คร้าบ วันพฤหัส เรามาปั้นหุ่นกระดาษกันไม๊"
    "ตอนเย็นเหรอลูก"
    "ไม่ใช่  ตอนเช้าสิแม่"
    "อ้าว หนูต้องไปโรงเรียน จะปั้นได้ยังไง"
    "โรงเรียนหยุดแม่  แม่สัญญาว่าจะทำวันหยุด"
    อ้าว...กรำ...

    แล้ววันนี้มันเป็นวันอะไรแล้วนี่!!!!ร้องไห้


    โดดงานมาอัพสเปซ

    ปล.สำหรับคุณรัฐ
    ขอบคุณที่แวะมาทุกครั้งที่อัพ  อยากคุ้ยอยากคุย
    พักนี้การเมืองยิ่งเมามันส์  5555





    2월 3일

    เหตุที่ข้าพเจ้าหายไป


    Photobucket

    เหตุที่หายไปค่ะ
    ขอโทษคนที่เข้ามาชมและเมลหาแจงทุกคนนะคะ
    ตอนนี้ไปทำเวปนี้อยู่
    โคด-สะ-นา ซักหน่อย..แหะๆๆ


    www.sciartnetwork.net

    ขอบคุณที่แวะมาอย่างสม่ำเสมอ
    และขอโทษที่ไม่ได้แวะไปหาใครเลยค่ะ..เขินอาย
    เสร็จงานแล้วจะมีเรื่องมาเมาท์เอ้ย..เล่าเหมือนเดิม





    12월 21일

    เรื่องของงาน

    ความจริงแล้วเดือนนี้ น่าจะเป็นเดือนที่สเปซนี้ควรมีรูปแบบใหม่ที่สวยงามเพื่อรับเทศกาลดีๆหลายอย่างที่จะเกิดขึ้น
    บังเอิญว่าเจ้าของสเปซกำลังอยู่ในโหมด..เหนื่อย.. ในระดับมากที่สุด เลยไม่อาจเจียดสมองมาครีเอทสเปซให้สวยงามได้..ฮา
    เลยมาขออัพสเปซ เพื่อบอกกับทุกคนที่ไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบทางเมลมา..ว่า..ข้าพเจ้ายังมีชีวิตอยู่ดีสมควรตามอัตภาพ..ค่ะ


    มีเรื่องที่อยากเขียนมากมาย  บางเรื่องยัง..ไม่มีเวลาแม้แต่จะลงในสมุดบันทึก คนที่สนิทสนมบางคนเตือนแนมแดกดันว่า
    ...เวลาแกทำอะไรก็ติสต์ให้มันน้อยๆหน่อยสิ..ยอมรับการกระทำเยี่ยงชาวบ้านธรรมดาเขาทำกันบ้าง..งานจะได้เสร็จเร็วๆ..อ่า..

    เป็นคำพูดที่ทำให้ต้องเสียเวลาและเสียพื้นที่สมองส่วนหนึ่งไปนั่ง นอน ขบคิดว่า  เราทำอะไรแปลกกว่าชาวบ้านเขามากหรือไง
    ก็กลับไปเถียงเขาอีกแหละว่า..ที่เสียเวลากับงานแต่ละชิ้นไม่ใช่เราติสต์จัด(เกลียดคำนี้มากเลย..ติสต์..หมายความว่าไงวะ..)
    เพียงแต่เราใส่ใจและปราณีตกับทุกๆงานที่ผ่านมือ ก็เท่านั้น
       ความจริงแล้วเป็นคนทำงานเร็วมาก แต่ไม่เคยชุ่ยกับงานที่รับผิดชอบ คนที่ทำงานด้วยกันบางคนจะรู้อารมณ์ว่าถ้ามันไม่ได้ดังใจแล้ว นังนี่มันจะไม่มีวันเลิกรา ต่อให้เป็นงานที่ไม่ได้ตังค์ก็เหอะ..ฮา

       (แต่แล้วก็พลาดไปสองงาน ของขวัญวันเกิดเพื่อนรักสองคนที่ผ่านมา  มัวแต่create ของที่จะให้..ลืมcreateห่อ..ไม่perfectเลยเห็นมะ.ที่เศร้าใจคือ เพื่อนห่อของขวัญให้เรางามมาก..และมันใช่เลยแหละ..Pop ตกลงแจงเอาไปใส่jeweryแทนนะ  ถ้ามีชามคอนเฟล็กเป็นHandcraft จาก Italy มันจะทำให้ข้าพเจ้าดูไฮโซไปหน่อย..อิอิ)
      
    เรื่องที่จะมาอัพก็เกี่ยวกับ..การทำงาน



     


               
    แต่ละวันที่ไปรับลูก บทสนทนาจะเริ่มต้นเมื่ออยู่บนรถกันแล้ว..วันนี้เป็นไง..วันนี้สนุกไหม..เพิ่งสังเกตุว่า สองสามอาทิตย์ที่ผ่านมา..คำตอบจะออกไปทางNegative เสียเยอะมาก  วันนึงป๊าเป็นคนขับรถ เลยสลับที่ให้ตัวเล็กไปนั่งด้านหน้าคู่ป๊าบ้าง   เจ้าคนโตหน้าเศร้าๆ พอถามว่า  เป็นไงบ้างลูก..เท่านั้น เธอเอนตัวลงนอนตักแม่ น้ำตาไหล..

    แม่..ไบท์เหนื่อย

    เหตุการณ์หลังจากนั้นขอไม่เล่านะคะเพราะยืดยาวมาก..สรุปแล้ว เดือนนี้ทั้งเดือนมีกิจกรรมที่ลูกต้องทำมากมายจนเขาเหนื่อยจริงๆ  ตอนนี้คงมีคำถามว่า บังคับเรียน บังคับทำกิจกรรมหรือเปล่า...คนที่รู้จักเราจะรู้ทันทีเลยว่า..ไม่ใช่

    ทุกกิจกรรม..ลูกเลือกเอง..แต่ที่เป็นปัญหาคือ..ลูกให้รายละเอียดกับทุกกิจกรรมเต็มที่...เพราะเคยบอกเขาและบอกเสมอว่า..แม่กับพ่อไม่เคยอยากรู้ว่าลูกทำได้ดีแค่ไหน  เราอยากรู้แค่ว่า..ลูกทำเต็มที่หรือยัง   หากคำตอบคือ..หนูทำเต็มที่กับมันแล้ว..ผลมันจะออกมาเป็นแบบไหนเรายอมรับมันได้ทุกทาง

    เพิ่งบอกน้องสาวสเปซคนนึงไปไม่นานนี้ ว่าเรามีสามข้อที่ยึดเป็นหลักในการทำงาน 

    หนึ่งคือทำในสิ่งที่ถูกต้อง...เพื่อที่เราจะไม่ละอายใจในสิ่งที่ทำ 

    สอง ทำให้เต็มที่ในสิ่งที่ทำ...เพื่อที่เราจะได้รู้ถึงศักยภาพและความสามารถที่แท้จริงของตัวเอง 

    สามคือ เชื่อมั่นและศรัทธากับสิ่งที่ทำอยู่ ...เพื่อเป็นกำลังใจกับตัวเองเวลาเจอปัญหาหรืออุปสรรคต่างๆ

    และเชื่อมั่นมาตลอดว่า  ผลตอบแทนกลับมันจะคุ้มค่าเสมอ ต่อให้ออกมาไม่สวยงามหรือPerfect อย่างที่คาดไว้ แต่เราก็จะมองเห็นหนทางต่อๆไปจากประสบการณ์ที่เราผ่านมันมา...

    ลูกสองคนก็เป็นแบบนี้..มีคำหนึ่งที่บอกลูกไปในวันนั้น

    ปัญหาที่ลูกเจอวันนี้ มันจะเป็นเรื่องขี้ประติ๋วสำหรับวันพรุ่งนี้...ถ้าลูกไม่ยอมแพ้มัน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราอย่ายอมแพ้ ปัญหา อย่าอยู่กับมันนาน

    หลังจากกลับจากเข้าค่ายพักแรมลูกเสือที่สัตหีบ ลูกชายสองคนกลับมาพร้อมเรื่องเล่ามากมาย จนพ่อกับแม่อยากให้มีหูเพิ่มอีกคนละสองคู่เพื่อที่จะฟังเรื่องเหล่านั้นทัน..แลบลิ้น กลับมาพร้อมสภาพที่เหนื่อยอ่อน  ตัวรุม และร่องรอยบาดแผลตามร่างกาย 

    อีกสองวันต่อจากนี้ไป..ทั้งคู่ต้องลงแข่งรักบี้ในงานรักบี้ประจำปีของโรงเรียน 

        ..ตอนยืนดูลูกแข่งข้างสนาม พยายามคิดคำพูดที่จะบอกลูกหลังจากงานแข่งเสร็จ..เสียงสามีก็ยังดังก้องในหู

    จะเหมือนใครล่ะ เวลาคุณทำงาน คุณก็ทำงานแบบนี้แหละ  บางทีต้องเรียนรู้ว่า เรามีความสามารถแต่ร่างกายมันไม่..  

    เจ้าลูกชายยืนกรานที่จะลงแข่งในสภาพที่ไข้เพิ่งลดจาก39 มาเป็น37.5  ท่ามกลางแดดเปรี้ยงกลางสนาม

    แววตาที่เต็มไปด้วยความปิติยินดี ที่แม้วางไทร์ให้เพื่อนได้ลูกเดียวในการแข่ง แต่ทีมก็ทำได้ดีมากในสองวันของการแข่งขัน ที่ดีที่สุดคือชนะวชิราวุธ ได้  ความยินดี ที่กระโดดโลดเต้นบนความห่วงใย ของแม่ ป๊า อาจารย์และลุงๆ ป้าๆ ข้างสนามอีกนับสิบคน

     

          บางที..คำว่าเต็มที่ของเรา..ลูกควรจะเผื่อสำหรับปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ด้วย  อย่างเช่นบางครั้งในทีมอาจมีบางคนที่อาจทำได้ไม่เต็มที่ หรือ เราอาจจะป่วย ถ้าเราฝืนมันจะได้ไม่คุ้มเสีย....บลาๆๆๆๆ  พูดไปเช็ดตัวลูกไป...เหลือบไปเห็นรอยยิ้มเล็กๆที่มุมปากของสามี

           บางที...การยอมรับว่า แพ้..บ้าง  มันก็ไม่เสียหายอะไรนี่เนาะ..ป๊าเนาะ...

    ขยิบตา

    *********************

     

    เห็นโนตเพลงใหม่ของเจ้าตัวเล็กแล้วตกใจ  หันกลับมามองลูก สายตาคู่นั้นจ้องตรงแหนวไปยังแผ่นกระดาษที่มีตัวโนตยึกยือ ลายพร้อยเต็มแผ่น   อาการกอดอก นั่งนิ่ง พร้อมเม้มริมฝีปากจนเป็นเส้นตรง  ก็อดจะถามลูกไม่ได้ว่า

    ยากไหมครับ

    เจ้าตัวเล็กไม่ละสายตาจากแผ่นกระดาษ

    วันพรุ่งนี้  มันก็จะเป็นเรื่องขี้ประติ๋วสำหรับเราแล้วใช่ไหมแม่

    คำตอบที่ได้มาพร้อมสายตาและรอยยิ้มที่ยียวน  ก็อดไม่ได้ที่จะเคาะหัวเหม่งเจ้าลูกชายไปหนึ่งทีก่อนจะกอดกันกลมเกลียว  เหมือนทุกๆวัน

    อีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา..ตัวโนตเหล่านั้นก็ดังกังวานไปทั่วบ้าน

    ฉันเปิดคอมพิวเตอร์ทำงานต่อ พร้อมกับตะโกนลงไปข้างล่าง

    บลิ้งค์คร้าบ...เล่นเพลงนี้ให้แม่หน่อย..แม่อยากฟัง

    คร้าบ..เพลงอะไรแม่

    Not so hard



     

     

    นิดนึง...

    ตอนกระแสเสื้อเหลืองบูมใหม่ๆ เคยอัพบลอคเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปครั้งนึงแล้ว แล้วมีมาแดกดันประปรายเกี่ยวกับ เทรนการโหนกระแสของคนไทย

    จำได้แม่นยำว่า เคยโดนด่าว่าไม่รักในหลวงเพราะบอกใครต่อใครว่า ไม่ชอบสีเหลือง ทุกวันจันทร์จะใส่สีขาวและwrist band เรารักในหลวงแทน แต่ในวันสำคัญของพระองค์ท่าน ฉันยินดีใส่สีที่ฉันไม่ชอบเพื่อที่จะบอกต่อโลกว่า  คนไทยรักในหลวงมาก เหมือนที่คนอื่นๆทำกัน

    จำได้ว่าเคยบอกเพื่อนไปว่า แกไปหาเสื้อสีรุ้งเตรียมไว้เลย อีกหน่อยท่านทรงสีอื่นๆแกจะได้ไม่ต้องหาเสื้อใส่ตามกระแสให้เหนื่อย...สามเดือนให้หลัง ในหลวงทรงพระภูษาสีชมพู...สีเขียวในสองวันถัดมา...และสี..และสี...

    ขอหัวเราะหน่อยเหอะ.....หัวเราะไงดี...อยากให้มันดัง  ดังงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

    อีกเรื่อง...ใกล้ถึงวันเลือกตั้งแล้ว มีคนถามมากเลยว่าเชียร์ใคร จะโหวตให้ใคร..ล่าสุดได้รับโทรศัพท์จากสวนดุสิตโพล...เลือกสส.แบบสัดส่วนเบอร์ไหนครับ..สามี  ไม่บอกครับ...แล้วแบบแบ่งเขตล่ะครับ...ไม่บอกครับ..เอ่อ..ขอบคุณครับ

    ไม่บอกค่ะ..กำลังตัดสินใจอยู่ว่า จะเลือกให้ฝ่ายที่ไม่ชอบนโยบาย ได้เสียงไปเพื่อเป็นรัฐบาลให้มันบริหาร จะได้รู้ว่า ดีแต่พูด จริงๆอย่างที่เคยเป็นๆมา...จะได้ตายสนิทๆ

    หรือเลือกพรรคในดวงใจ ..ต่อให้รู้ว่าท้ายที่สุดอาจจะไม่ได้เป็นรัฐบาลก็เหอะ..

    เหตุผลและมาตรฐานในการเลือกของแต่ละคนมันจะแตกต่างกันไป..สิ่งที่สำคัญที่สุดมันไม่ได้อยู่ที่ว่าเหตุผลของใคร ดีกว่าของใคร  แต่สำคัญตรงที่เมื่อเหตุผลหนึ่งถูกเลือกด้วยความคิดว่าดีแล้วสำหรับคนคนนึงและถูกเลือกแล้วโดยคนส่วนใหญ่

    เราจะต้องเปิดใจให้กว้าง เปิดสายตาให้ไกลเพื่อที่จะเรียนรู้การมีชีวิตอยู่ บนเหตุผลอีกแบบ เรียนรู้ที่จะเข้าใจอีกฝ่ายที่เห็นแตกต่างจากเรา  เคารพซึ่งกันและกันในฐานะเป็นพี่น้องร่วมชาติ เป็นเพื่อนร่วมโลกเหมือนๆกัน

    พอทีเหอะ..คุณธรรม..คุณ..หนะ ทำ (ผมไม่ทำ)...

    ช่วยๆกันทำ ประเทศชาติจะได้เลิกวุ่นวายเสียที


    ปล.หวังว่าอีกฎหมายเก็บค่าธรรมเนียมทำบัตรปชช 500 บาทมันจะไม่เป็นจริง...โห..น้ามีแย่แน่เลย  ลูกห้าคน  แกเก็บขยะได้วันนึงแค่ร้อยกว่าบาท ค่ากับข้าวแต่ละวันก็จะไม่พอแล้ว  จะโดนส่งไปอยู่แถวตะเข็บชายแดนไหมเนี๊ยะ...

    สาบานได้ไหมว่าตอนออกกฎหมายไม่ได้ใช้ก้นกบคิด..

    9월 7일

    ดอกเอ๋ยเจ้าดอกขจร

     

    ดอกขจร

     

             หลายเดือนก่อนไปเดินสวนหลวงร.9 ได้ต้นดอกขจร สูงสักเกือบเมตร มาสองต้น  หมายมั่นปั้นมือว่าจะเอามาเลี้ยงเก็บดอกอ่อนกิน ต้นหนึ่งคุณยายขอไปลงไว้ที่ไร่ ต้นที่เหลือก็ต้องอยู่เดี่ยวในกระถาง  เพราะเหตุว่า บ้านที่กรุงเทพฯมันคับแคบและไม่มีพื้นดินจะให้ต้นไม้ได้เสรี กับการเติบโต

            ดอกไม้ ต้นไม้ที่เลี้ยงก็จำต้องอยู่ในกระถาง จะใหญ่บ้างเล็กบ้างก็แล้วแต่ชนิด แต่พันธุ์  จ้าต้นขจรนี่ก็เหมือนกัน  แรกๆใบก็แตก กิ่งก้านพันยืดกับไม้ค้ำที่ปักให้ยึดไว้ ไม่นานมันก็เริ่มจะแกร็น ไม่มีดอกให้ชมสักครั้งเดียวตั้งแต่ซื้อมา ไม่ว่าจะเปลี่ยนดิน อัดปุ๋ย หรือประคบประหงมอย่างไรก็ตาม

            ต่างกับอีกต้นที่บ้านไร่ เมื่อคราวกลับแพร่ เห็นดอกแก่สีเหลืองบานพราวเต็มต้น ถามแม่บ้านว่าทำไมไม่เด็ดมาทำอาหาร แม่บ้านบอกว่า กินไม่ทันแล้ว เลยปล่อยให้มันแก่  ก็ได้แต่มองตาละห้อยว่า นี่ถ้าเป็นบ้านกรุงเทพฯคงจะดี เมนูขึ้นโต๊ะคงจะมีเจ้าดอกขจรขึ้นไปทำให้ลูกลิงน้อยๆเจริญอาหารได้มากขึ้น

            เดือนที่ผ่านมาต้นขจรที่บ้านก็ออกดอกมาให้ชม ครั้นจะเด็ดมาทำอาหารก็น้อยเกินไป เลยตัดใจปล่อยให้บานดอกคาต้นอย่างนั้นจนโรย

     

             ฝนจะผ่านอีกไม่กี่เดือนแล้ว  ดอกขจร ผักหวาน ก็ยังมีขายในราคาถูกที่ตลาด อังคารที่ผ่านมาก็ไปหิ้วขจรดอกอ่อนเต็มถุงราคาแค่ 20 บาทจากตลาดนัดในเกษตรมาทำอาหาร  เนื่องจากมันเยอะมาก เลยต้องนั่งคิดเมนูสำหรับดอกขจรไว้หลายมื้อ

     

           ผัดน้ำมัน  แกงจืด  แกงส้ม ชุบแป้งทอด ไข่ตุ๋น ลวกแนมน้ำพริก ยำแซ่บๆ  อืม..ได้หลายเมนูแล้ว

     

            เมื่อวานนี้ หมาน้อยขอเข้าครัวเป็นลูกมือ (พักนี้ขอทำอาหารทุกวัน คงรู้ว่าเวลาแม่ไปจะได้ไม่อดอยาก  ดีมากลูก)  เลยให้ลองทำแกงจืดดอกจขร สอนทั้งวิธีล้าง วิธีเด็ด วิธีปรุง กลเม็ดเคล็ดลับเล็กน้อย แต่ไม่รู้เจ้าลิงน้อยสองตัวนี่จะจำหมดหรือเปล่า 

     

            ดอกขจรทำได้หลายอย่างเลยนะแม่

            ใช่ลูก แล้วแต่คนทำอาหารว่าจะคิดเมนูอะไรออกมาได้อีก

           แม่จะลองทำเค้กดอกขจรป่ะครับ

           ไม่แน่นะ

    (นึกถึงเค้กปลาช่อนมาตะหงิดๆ)

     

    ************

     

                           

                                    เพิ่งผ่านงานประชุมศิษย์-ลูก (ทำไมไม่เป็น วันขอพบผู้ปกครองเลยไม่รู้สินะ)  ห้าปีแล้วที่ไปร่วมประชุม เลยไม่ค่อยตื่นเต้นเหมือนปีแรกๆ อีกทั้งการปรับตัวของลูกก็ดีขึ้นตามวัย ปัญหาต่างๆที่ต้องพูดคุยก็ลดน้อยลง  ที่สำคัญ...มันพ้นจุดที่ต้องมานั่งอธิบายลูกแล้วว่า ทำไมแม่ถึงคิดอะไรไม่เหมือนชาวบ้าน

           สิบปีที่ยังเป็นแม่อย่างที่เคยเป็น เคยตั้งใจ

     บอกได้เลยว่าวันนี้ภูมิใจ

    ลูกของแม่ไม่ได้เรียนเก่ง ไม่ได้เป็นคนเด่น คนดัง ไม่มีชื่อเสียงอะไรเยอะแยะมากมาย

    แต่...เรามีความสุข  ลูกมีความสุข แม่มีความสุข ....ฉันมั่นใจ

          ทุกๆความผิดพลาด จะทำให้เขาเติบโตไปพร้อมๆกับที่รู้ว่า เขามีพ่อและแม่คอยสนับสนุนให้เขาลุกขึ้นอีกครั้ง

          ทุกๆคำสบประมาท เขาจะเรียนรู้ผู้คนและการปรับตัวไปพร้อมๆกับที่รู้ว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกนี้

    และทุกๆก้าวของเขาทั้งสอง เขาได้สิทธ์เสรีในการเลือกการเดิน ไปพร้อมๆกับความสุขและความรักของคนในครอบครัว

           ฉันไม่สนใจว่าลูกจะเติบโตมา ประกอบอาชีพอะไร ทำเงินเท่าไหร่ จะยิ่งใหญ่แค่ไหนบนโลก

    ขอเพียง ทุกสิ่งที่ผ่านมือเขาวันนี้จะสอนให้เขามีความสุขกับโลกได้ทุกวัน หรือแม้แต่เวลาที่มีทุกข์อยู่ในมือเขาก็จะสามารถมีความสุขกับความทุกข์นั้นๆได้

           แค่นี้แหล่ะ ที่ทำให้ไม่เคยสนใจว่า ในที่ประชุมจะเสนอ จะพัฒนาการเรียนการสอนอะไร

     

     

    ต้องเอาลูกไปเรียนพิเศษไหม 

    ต้องกวดวิชานี้เพิ่มไหม

    ต้องเพิ่มทักษะการเรียนวิชานี้แบบไหน

     

    อะไรเนี้ยยย

     

    มีสักกี่คนที่จะถามว่า

    อาจารย์คะ ลูกดิฉันไหว้สวยขึ้นหรือยังคะ

    พูดจาไพเราะหรือเปล่า

    มีน้ำใจช่วยงานในกลุ่มหรือเปล่า

    ลูกผมไปตบกระบาลเพื่อนเล่นบ่อยไหม เพราะที่บ้านก็ตบกระบาลพี่เลี้ยงเล่นบ่อยๆ

    คำถามแบบนี้....

    ห้าปีไม่เคยเห็น

     

    ********

     

                                                                     ปัญหาที่พ่อแม่วิตกจริตอยู่ตอนนี้  เกมส์ออนไลน์

                                                  สรุปๆแล้วที่ฟัง ก็เกิดจากการ ไม่มีวินัย(ทั้งพ่อแม่และลูก)  ไม่มีเวลาเลยให้ลูกเล่นไปพลางๆ(จนติด)

    คำคมจากพี่นัฐ...

    .....เขาถามผมว่าทำไงลูกถึงไม่ติด (บ้านนี้มีเกมส์ทุกอย่างที่มีบนโลก..กระมัง) ผมก็บอกว่าเวลาลูกจะเล่นผมก็เล่นด้วยไง เขาบอกว่าก็เขาไม่มีเวลานี่  ...ผมโคตรเบื่อเลยพวกที่ชอบพูดว่าไม่มีเวลาๆ  มี24ชั่วโมงเท่ากัน  มันไม่มีเวลาให้ลูก มันจะมีลูกกันทำไมวะ...(น้องถอดคำไม่ผิดเพี้ยนนะพี่นะ)

     

              ความในใจของเด็กบางคน ในบอร์ดหน้าห้องที่มีถึงผู้ปกครอง

    ...รักพ่อกับแม่ที่สุด...

    ....  จะเป็นเด็กดี...

    ....ไม่อยากให้แม่ตี ถึงผมจะทำผิดแต่ไม่อยากให้แม่ตีผม..อันนี้เล่นเอาน้ำตาคลอ

     

            ......หันไปหาอันไหนของลูกเราน้า

    .....อยากให้แม่พักผ่อนเยอะๆ จะได้แข็งแรง ขอให้ป่าป๊าระวังอันตรายเวลาเดินทางไปเมืองนอก...

     

    แม่กับป่าป๊ารู้แล้วนะครับ.....

     

     

                หนูเห็นดอกขจรไหมลูก สีเริ่มเหลืองแล้ว

                ทำไมแม่ไม่เอาไปทำแกงจืด

                อันนี้แม่อยากเอาไว้ให้หนูดู

                ได้ประโยชน์อีกหนึ่งอย่าง...เอาไว้ดูก็ได้

                 แม่จะวาดไม๊

                 ถ้าว่างนะ

                ถ้าแม่วาดก็ได้ประโยชน์อีกอย่าง

                ฉันแอบอมยิ้ม

     

     

                   วิชาก็เหมือนดอกขจรนั่นแหละลูก  ดอกขจรแค่ชนิดเดียว ทำประโยชน์ได้สารพัน 

    คนที่ฉลาด ไม่ใช่คนที่มีดอกขจรเต็มถุง

    แต่เป็นคนที่รู้จักเอาดอกขจรไปใช้ทำนู่นนี่ ให้ท้องอิ่ม ให้ใจเบิกบาน และคนอื่นเป็นสุข

    และแม่ไม่เสียเวลาไปดั้นด้นหาดอกขจรมาปลูกให้เต็มสวนให้ลูกเด็ดใช้ ไปมากกว่าใช้เวลาที่มีสอนให้ลูกรู้จักปลูก พอใจและใช้ดอกขจรที่อยู่ในมือ

    มาสร้างความสุขให้กับตัวเองและคนรอบข้าง

     

     

    หลังอาหารมื้อเย็น บลิ้งค์เล่นคีย์บอร์ดให้แม่กับป่าป๊าฟัง ไบท์วาดรูปลงในสมุดบันทึก

     ส่วนป่าป๊าไปชงชาดื่มระหว่างฟังลูกเล่นเพลงให้ฟัง ฉันหัวเราะเบาๆ ไบท์เงยหน้ามาถามว่า แม่หัวเราะอะไร บอกลูกไปว่า

    แม่กำลังคิดว่า ดอกขจรที่เหลือ  แม่จะแกงส้ม หรือเอาไปลองทำขนมปังดี

     

    ไบท์ว่าสงสัยแม่จะเอาไปทำขนมปัง...ลูกชายตอบพร้อมอมยิ้มกวนๆ

     

    555555555

    Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

    ******

     

     

                        เมื่อเช้า..ดอกบัวบนระเบียงบานดอก...เจ็ดโมงจะครึ่งแล้ว ลูกวางช้อนจากชามมักกะโรนี ใส่ดอกขจร ฉันเรียกลูกเสียงดังให้รีบมาดูดอกบัว เสียงพ่อเร่งกลัวไปโรงเรียนไม่ทัน

                       เชื่อฉันสิ...เสียเวลาแค่ไม่ถึงสองนาทีเท่านั้น...รับรองว่าเช้านี้ลูกจะมีความสุขไปทั้งวัน

     

    ดอกขจรเริ่มโรยแล้ว...

    ดอกบัวกำลังบาน 

     อีกไม่กี่วันก็จะโรยตามไป

    มีแต่ความทรงจำของวันเวลาที่ดีเท่านั้น...

    ที่เบ่งบานไม่รู้วันโรยรา..

    ที่บ้านของฉัน

     

     

    Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

     

    *************

    8월 24일

    แด่ วันแม่ อีกครั้ง

     
    แด่..วันแม่  อีกครั้ง
     
           จริงๆอยากอัพมันวันเดียวกะวันแม่นั่นแหล่ะ แต่ดูแล้วมันจะขัดแย้งกับความกตัญญูที่พยายาม(เหลือเกิน)ที่จะทำให้แม่ของตัวเอง
    เลยเอาเรื่องนี้มาไว้อีกเอนทรี่นึง
     
     
           เคยเบื่อวันสำคัญอะไรต่างๆกันบ้างไหม
    ข้อดีเดียวของวันเหล่านี้ที่คิดได้แวบแรกตอนเรียนคือ  ไม่ต้องไปโรงเรียน  
    พอมีลูกแล้ว ก็คิดว่า ตื่นสายสักวัน ไม่ต้องตาลีตาลานไปส่งลูกแต่เช้า
    นับๆไปแล้วคนไทยมีวันหยุดกันมโหฬารกว่าชาวบ้านเขาทีเดียว
    แล้ววันสำคัญ...สำคัญ อะไรแบบนี้
    มันก็ทำให้คนที่มีสมองบ้าๆแบบฉันทำงาน นอกกรอบทันที
    อย่างวันแม่นี่ก็เหมือนกัน
     
    วันที่เราพยายามเชิดชูความเป็นเพศหญิงให้กระจ่างแจ้งใจแก่ทุกผู้คน
    ว่าหน้าที่หนึ่งที่พระเป็นเจ้าให้ติดตัวมา เมื่อได้ใช้แล้วมันดูเท่เป็นบ้า
     
    แม่
     
    ฉันเป็นแม่และเป็นลูก
    ดังนั้นสองสถานะนี้ จึงอาจเข้าใจได้มากกว่าอีกหลายคนที่เพิ่งมีสถานะเดียว
    ในวันที่ฉันเป็นลูก ก็มีคำถามที่ชวนสงสัยมากมาย
    ในวันที่ฉันเป็นแม่ ฉันก้พยายามตอบโจทย์นั้นด้วยตัวเอง
    จึงพบว่า
     
    หากต้องมีวันแม่เพื่อสรรเสริญเพศหญิงผู้ที่ผ่านการให้กำเนิด การเลี้ยงดู หรือแม้กระทั่งอุ้มชูดูแลเด็กแม้จะไม่ได้ให้กำเนิดก็ตามที
    คนที่เป็นแม่นั้น
    ควรสำนึกตนว่า
      ตนเองได้ทำหน้าที่ของตนนั้น
    ดีพอแห่งการสรรเสริญหรือยัง
     
    เบื่อเห็นภาพหลั่งน้ำตาในทุกๆที่วันนี้ มันจะต้องร้องอะไรมากมายเหมือนจะขาดใจในวันๆเดียว
    ปีนึงจะร้องเพื่อซาบซึ้งแม่ได้แค่วันเดียวหรือไง
    อีก364 วัน
    คำว่าแม่ ไม่เสียดแทงเข้าไปถึงถุงน้ำดี กระมัง
    เลยไม่มีน้ำตา
    หรือต้องรอให้ถึงเทศกาล เราจึงจะสร้างอารมณ์ได้ประหนึ่งตัวเอกในฮอลีวูด
    แม่ก็น้ำตารินเป็นเขื่อนเชี่ยวหลานแตก
    เมื่อวานนี้เอง
    ฉันยังเห็นบางคน พ่นสัตว์เลื้อยคลานออกมาทั้งสวนสัตว์ให้กับลูก
     
    เบื่ออะไรๆ ที่ทำกันเป็นประเพณี กระแส แฟชั่น ตามๆกันไป
    เบื่อเพลง..แม่นี้มีบุญคุณอันใหญ่ล๊วงงงงง
    รู้สึกเป็นการส่วนตัวว่า
    วันนี้เหมือนเทศกาลกินเจเลยอ่ะ
    หยุดกินหมู เป็ดไก่
    แล้วกระหน่ำเชือดในตรุษจีนต่อไป
    ความรักระหว่างกันมันไม่เหมือนอาหารสักหน่อย
    รักกันทุกวันก็ได้
     

     
    แด่..ลูกชายของแม่
     
    แม่อาจเป็นแม่ที่แปลกประหลาด
    แต่เหตุผลเดียวที่แม่ต้องการให้ลูกมาอยู่บนโลกใบนี้ก็คือ
    แม่อยากถ่ายทอดความรักทั้งหมดที่แม่จะสร้างมันขึ้นมาได้ให้แก่ลูก
    แม่ไม่ได้ให้กำเนิดหนูมาเพื่อ
    มาดูแลแม่ยามแก่เฒ่า
    มาชดเชยส่วนที่ขาดหายไป
    มาเป็นความคาดหวัง
    มาทำนู่น นี่ นั่น
    เพื่อให้ชื่อเสียงวงศ์ตระกูล ขจรขจาย
    หนูมีชีวิตของหนู
    ตั้งแต่ออกจากตัวแม่แล้ว
    วันนึงข้างหน้า
    หากต้องทำอะไรต่อมิอะไรเพื่อแม่แล้ว
    ขอจากใจว่า
    "จงทำเพราะหนูมองเห็นความรักของแม่"
    อย่าได้ทำ
    เพราะหน้าที่
    ใจของแม่จะแหลกสลาย
    เพราะแม่ของลูกคนนี้
    อยู่ได้เพราะความรัก
    เพียงเท่านั้น
     
     
     
     

    แด่..วันที่เด็กกำพร้านั่งมองโลกด้วยความสับสน และทุกข์ใจ
    แด่..แม่ที่ไม่เคยสดับฟังเสียงของความรัก
    แด่..สังคมแห่งการสร้างภาพ
    แด่...ความล่มสลายของเพศแม่
     
     
     
     
     
     
    5월 30일

    ศรัทธา

           

            ศรัทธา

     

             เกือบครึ่งปีที่ผ่านมานี้ มีเรื่องอยู่สองสามเรื่องเกิดขึ้นในสังคมของเรา บางเรื่องขึ้นพาดหน้าหนึ่งอยู่นาน

    แต่เมื่อความสนใจของผู้คนน้อยลงก็ค่อยๆจางจากสายตา ทว่าในบางเรื่องกลับทิ้งคำถามค้างคาให้กับคนอีกหลายคน

    ครุ่นคิดหาคำตอบ คนอย่างฉันเป็นต้น

        ลองมาดูกระแสที่สร้างคำถามสองสามเรื่องที่ใกล้ตัวก่อนนะ

     

    อันดับแรกคือ กระแสเสื้อเหลือง

     ที่กระหึ่มเมืองไปเมื่อกลางปีมหามงคลที่แล้วแล้ว  เรียกว่าขณะนี้แม้จะแผ่วๆไปบ้าง

     แต่ก็ยังมีผลต่อหลายๆหน่วยงานหรือหลายๆคนเช่นกัน

       เคยเขียนไว้ในเอนทรี่เก่า ทั้งๆที่เสื้อสีเหลืองเป็นสัญลักษณ์ของความภาคภูมิใจของคนทั้งชาติ

     แต่ทุกครั้งที่ฉันเห็นเสื้อสีเหลืองบนร่างของใคร กลับอดคิดไม่ได้ว่า มันเกิดอะไรขึ้นกับสังคมไทย คนไทยของเรา

        ข่าวจับกุมพ่อค้ายาบ้าที่ชายแดนแม่สาย คนค้ายาบ้าใส่เสื้อเหลือง เรารักในหลวง 

    ข่าวเด็กนักเรียนถูกวัยรุ่นแทงตายขณะรอรถเมล์ ผู้ต้องหาใส่Wrist band เรารักในหลวง

        แม้กระทั่ง นังจิตเสื่อมบางคนที่ฉันรู้จัก ที่ชอบกระหน่ำชอปปิ้งของก๊อปปี้ สินค้าแบรนด์แนม (เหมือนจะขนไปถมที่งั้นแหล่ะ)

    มาแสดงอาการดูแคลน เมื่อวันนึงฉันไม่ใส่เสื้อสีเหลืองในวันจันทร์

        คนไทยรักในหลวง...อย่างนั้นหรือ  รักแบบไหน รักอย่างไร

     

           อันดับสองกระแสต่อต้านการแต่งตัวโป๊ของดารา เด็กวัยรุ่นและเกมส์ออนไลน์ 

    ออกมาพูดกันเป็นปีๆ ปีนี้หรือปีที่แล้วไม่ใช่ปีแรกที่พาดหัวหน้าหนึ่ง มันมีให้เห็นทุกปี ฉันก็สงสัยว่า จะวิพากษ์วิจารณ์ไปให้เสียเวลาทำไม

    ในเมื่อรู้อยู่แก่ใจว่า สำนึกพวกนี้ มันไม่ได้พาดหัวหน้าหนึ่งวันเดียว เด็กสาวๆจะเลิกนุ่งสั้น  ดาราจะไม่(หาช่อง)แต่งตัวเรียกร้องความสนใจ

    หรือ ร้านเกมส์จะเจ้งเพราะเด็กเห็นพาดหัวข่าวแล้วหยุดเล่นเกมส์

         จนไม่นานมานี้ เด็กหนุ่มที่เอาปืนไปกราดยิงชาวบ้านและตำรวจตาย  ดูกระแสการวิพากษณ์วิจารณ์ ก็ชักแผ่วๆลงไปแล้ว 

     (เชคจากแม่ค้าขายของปากซอย ตอนนี้ทุกแผงเมาท์ถึงละครช่องเจ็ดเรื่องใหม่กัน ทั้งที่ไม่นานมานี้ ข่าวเด็กหนุ่มคนนั้นยังเป็นทอคออฟเดอะทาวน์)

            มันหลุดจากหัวข้อสนทนาอย่างง่ายดาย เหมือนหลังหวยออก สองวันสามวันกับเสียงบ่นถึงตัวเลขที่เก็งพลาดไปติ๊สสส 

    และเริ่มเก็งตัวใหม่อย่างไม่เสียดายเงินที่สูญไปกับการซื้อครั้งก่อน

            ทั้งๆที่ผู้ใหญ่ พ่อแม่ ผู้ปกครอง ควรจะใส่ใจว่า  นี่มันเรื่องใกล้ตัว หรือต้องรอให้วันนึง ลูกสาวของตัวเองกลับมาบอกว่า

    แม่วันนี้เจอเสี่ยมือเติบหนูไปนอนหนเดียวได้มาเป็นหมื่น   พ่อ หนูใส่บิกี่นี่ ตัวนี้ไปเดินพาราก้อน พ่อว่าสวยไม๊ หรือ

    ลูกใครสักคนเดินเอามีดไปปาดคอ พี่ น้อง ที่อยู่ในบ้านเพราะเคืองที่เดินเหยียบเงาเขาเข้า

          

       อันดับสาม จตุคาม รามเทพ  

    เชื่อไหมว่า เห็นพระเครื่องรุ่นนี้มานานมากแต่ไม่เคยรู้ว่าวันหนึ่ง จะมีคนเจ็บคนตายเพราะยื้อแย่งเพื่อเป็นเจ้าของ

      ( ครั้งหนึ่งที่คุณอาซึ่งพำนักในจังหวัดนครศรีธรรมราช ส่งมาให้เป็นของขวัญ ฉันก็ได้ให้พ่อเก็บรักษาเอาไว้ กลิ่นว่านที่นำมาเป็นส่วนผสมมันฉุนจนทนไม่ไหว ฉันยังนึกในใจว่านี่ถ้าวางใกล้คุกกี้โอริโอ้ ไม่สังเกตดีๆมีหวังกินผิดกินถูกกันได้)

            เคยได้อ่านผ่านตามาว่า  เทพ เป็นวิญญาณในรูปแบบหนึ่งที่มีหน้าที่ดูแลรักษาธรรมชาติ หรือสถานที่สำคัญ เมื่อปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ

    ดวงวิญญาณที่บริสุทธ์ขึ้นจะได้เลื่อนชั้นขึ้นไปยังภพภูมิที่สูงกว่า

             เมื่อปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ......พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ได้บอกไว้แก่ชาวพุทธหรอกหรือ

     

          กระแสสุดท้าย..ตุ๊กตาห้อยท้ายรถ  

    เห็นจากญี่ปุ่นเมื่อหลายปีก่อน แต่เพิ่งสะดุดตาไม่นาน เมื่อขับรถผ่านอุตรดิถต์ กลับกรุงเทพฯกลางเดือนที่แล้ว 

     รถบรรทุกคันใหญ่ ห้อยตุ๊กตาหมีแพนด้าตัวเบ้อเริ่ม..ใหญ่จริงๆนะ ตอนนั้นหัวเราะกันคิกคัก  พอผ่านไปไม่นาน เริ่มสังเกตว่ารถน้อยใหญ่

    มีตุ๊กตาห้อยต่องแต่ง อยู่ท้ายรถ บางคันแขวนใหม่ๆสีสดใส ก็น่ารักดี บางคันคงประเภทอินเทรนก่อนเพื่อนหรือไม่ก็สมบุกสมบัน สภาพตุ๊กตาเป็นที่น่าเวทนายิ่ง..

             มันเป็นกระแส..เล็กๆ ที่ไม่ได้ทรงอิทธิพลต่อสังคมมากมาย

    แต่มันกลับทำให้มีคำถามขึ้นมาอีกว่า  กระแสของสังคม มันมีอิทธิพลต่อการประพฤติปฏิบัติจริงๆหรือ

     

             ถ้ากระแสมันมีผลในการปฏิบัติ จริง เสื้อสีเหลืองที่แสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีของคนไทย ควรมีอิทธิพลในการเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง

    ที่ย่ำแย่ในสังคมให้ดีขึ้นได้ไม่ใช่หรือ  ในเมื่อถามใครๆ ทุกคนก็บอกว่า พระองค์ท่านเป็นแบบอย่างที่ดีงาม เป็นหลักที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ

           มีใครเคยตั้งคำถามบ้างไหม มีคนไทยสักกี่คนที่เปลี่ยนแปลงตัวเองเพราะเห็นพระองค์ท่านในเสื้อเหลือง ที่คนทั้งชาติภาคภูมิใจนี้

            ขณะเดียวกัน พระเครื่องจตุคามฯ ก็ไม่ได้แตกต่างกัน ทุกครั้งที่ถูกถามว่าไม่แขวนบ้างหรือ ไม่จองบ้างหรือ และถามกลับว่าจะให้แขวนทำไม 

    และเขาแขวนทำไม  มันก้ไม่ได้มีคำตอบที่ชัดเจนเลยสักครั้ง

     

           แขวนแล้วเขาว่าจะร่ำรวยขึ้น 

     

           แล้วคนที่เคยแขวนร่ำรวยจริงป่ะ

     

           มีนะ บางคนแขวนแล้วถูกหวย

     

           อ้าว..ถ้าไม่ซื้อหวยจะแขวนทำไมล่ะ

     

            แหมก็แขวนให้แคล้วคลาด

     

            ทำไมรัฐบาลไม่บูชาจตุคามไปแจกพี่น้องชายแดนภาคใต้ล่ะถ้าช่วยให้แคล้วคลาด

     

            นี่อย่าพูดดูถูกไปนะ เรื่องอย่างนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู

     

       ตรงไหนที่พูดลบหลู่

     

       อ้าวก็ที่พูดๆมา

     

       ก็ถามเหตุผลไง ว่าทำไมถึงต้องแขวน  มันต้องมีเหตุผลที่ดีกว่าที่ตอบมาสิ  พุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งเหตุและผลไม่ใช่เหรอ 

    เทพจตุคามก็เป็นเทพที่ มีบารมีธรรมตามหลักธรรมของพุทธศาสนาพร้อมซึ่งเท่ากับเทพศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา

    สรุปแล้ว เราแขวนจตุคามหรือไม่แขวน ถ้าเรามีศาสนา เทพจตุคามก็จะปกปักษ์รักษาเรา  แบบนี้ถูกไหม

     

    เงียบ.....

     

     

          ตั้งคำถามในใจว่า มีสักกี่คนที่รู้จักองค์เทพจตุคาม แล้วยินดีจะปกป้องพระพุทธศาสนาด้วยการประพฤติปฏิบัติดีเหมือนที่เทพจตุคามได้กระทำ 

     เป็นประจักษ์พยานในคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า ดีจริง ประเสริฐจริง

     

          ฉันรู้สึกเองว่า ศรัทธาแบบนี้เอง ที่ทำให้พระพุทธศาสนาถูกทอนความยิ่งใหญ่ลงมา

            ผู้คนเรียกหาเทพมาดลบันดาลความสุขให้ มากกว่าจะยึดคำสอนพระพุทธองค์มาปฏิบัติ 

     

             วัดไม่เคยไป ตื่นไม่ทันใส่บาตร เล่นหวยทุกงวด ทำงานช้าวชามเย็นชาม  ขี้เกียจตัวเป็นขน เมาเช้าเมาเย็น.....

    ต่อให้เอาพระประธานมาแขวนก็คงไม่ได้ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นกระมัง

            ถ้านางตะเคียนที่สิงในต้นไม้ หรือวัวสองหัว ทำให้ชาวบ้านถูกหวยรางวัลที่หนึ่งกันทั้งประเทศ 

    ใครบอกเราได้ไหมว่า คนที่แขวนจตุคามจะคิดว่าศักดิ์สิทธ์มากกว่าหรือพอๆกับท่านเทพที่เขาแขวนอยู่ จะมีใครเปลี่ยนศรัทธานี้ไหม

                ถ้าจะมีฝรั่งใส่จีสตริงลายพระพุทธรูป ไอ่ฝรั่งพวกนั้นบาปมากกว่าคนที่เรียกตัวเองว่าชาวพุทธที่เหยียบย่ำพุทธศาสนาด้วยศรัทธาที่งมงายไหม

               ถ้าพระธรรมเป็นสิ่งสูงสุดที่ชาวพุทธได้รับจากพระพุทธเจ้า

     ทำไมต้องไปบูชาวัตถุและเชื่อในอำนาจ ที่ด้อยกว่า ความยิ่งใหญ่แห่งธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

     

            นึกถึงเรื่องชายวิกลจริตที่ถูกชาวบ้านกระทืบตายเพราะไปทุบพระพรหมขึ้นมาได้ กรณีเดียวกัน ถ้ารูปเคารพพระพรหม(วัตถุ)ถูกทุบ เพราะคนบ้า

    พระพรหมจะไม่ปราณีต่อเขาเชียวหรือ  ทำไมชาวบ้านผู้ศรัทธาต่อพระพรหมต้องพิพากษาชีวิตชายวิกลจริต(อย่างที่เขาว่า) ด้วยการกระทำที่พระพรหมไม่มีทางจะทำ เซ่นรูปเคารพที่สร้างขึ้นใหม่ได้ด้วยชีวิตของมนุษย์ที่ไม่สามารถคืนกลับมาให้ครอบครัวเขาได้

           มันเป็นตรรกะที่สับสน  ศรัทธาที่วกวน...หรือสังคมมันป่วยไข้จริงๆ

     

    ตอนนี้รู้แต่ว่าคนขายพระเครื่องจตุคาม แขวนจตุคามแล้วรวย...ไม่ต้องให้หมอลักษณ์มาฟันธงเลยเอ้า!!!!

     

    ว่าด้วยเรื่องนุ่งน้อยห่มน้อยและเกมส์ออนไลน์  เอาเรื่องน้อยๆก่อนนะ กระแสคับติ้ว โชว์นม กระโปรงคืบ โชว์???? 

    เห็นฮึ่มฮ่ำกันพักใหญ่ๆ ถามจริงๆเถอะว่า จะมีใครหน้าไหนมาบังคับให้เด็กเหล่านี้เลิกนุ่งน้อยห่มน้อย

     

              พี่ ..พวกผู้ชายที่ทำงานนะมันนินทาหนูหยาบคายมาก

     ยังไง

           ทุเรศมากเลย มันว่าหน้าอกหนูท่าจะเต็มไม้เต็มมือดี  มีทุเรศกว่านั้นอีกนะฯลฯ

    แล้วไปรู้มายังไง

             มันสุมหัวกันในห้องพัก หนูเดินไปเอาน้ำได้ยินพอดี

    ฉันมองเสื้อที่เธอใส่...อืม..ถ้าจะจริงแฮะ

    น้องก็ระวังๆหน่อยแล้วกัน เขาสังเกตเห็นแบบนี้แสดงว่ามีที่ให้สังเกต  มอง..เอาไปไม่ได้หรอก แต่มองแล้วมีอารมณ์มาปู้ยี่ปู้ยำน้องอ่ะ..ได้

             โห..นี่มาปรึกษานะ

    ก็ให้คำแนะนำแล้วไง ระวังตัวดีๆ หาเหตุ อะไรที่ทำให้เขาคิดกับเราแบบนั้นก็หมดเรื่อง

     

    อีหนูคนนี้ ซื้อเสื้อคลุมตัวโคร่งมาปิด  แต่หลังเลิกงานเธอก็กลับบ้านด้วยกระโปรงคับติ้ว เสื้อรัดรูป

     

    มันจะช่วยอะไรได้ไหมนั่นน่ะ เพื่อนสาวรำพึงหลังได้ยินเรื่องที่ฉันเล่า

    ก็ไม่รู้แหล่ะ เลือกเอาว่าจะได้ผัวเป็นวินมอเตอร์ไซด์หรือผู้ชายในออฟฟิศ..ฉันตอบไปอย่างนั้น

     

            เรื่องเกมส์ออนไลน์นี่อยากจะเขียนยาวๆนะ แต่ขอยกความผิดทั้งหมดแก่พ่อแม่ ในทั้งสองเรื่องก็แล้วกัน

      เหตุผลน่ะเหรอ.....

         เด็กที่ไม่มีวุฒิภาวะในการตัดสินใจ เด็กที่ขาดระเบียบวินัย ในทุกๆเรื่อง ครอบครัวจะไม่มีส่วนรับผิดชอบเชียวหรือ?

     

    รัฐบาลหรือสังคมจะยื่นหน้ามาแก้ปัญหาอะไร  ออกพรบ ห้ามเด็กสาวสัญชาติไทยนุ่งน้อยห่มน้อยหรือนุ่งห่มด้วยเสื้อผ้าที่ขัดต่อวัฒนธรรม งั้นหรือ

    หรือออกกฎหมายการเล่น หรือซื้อขายเกมส์ที่มีความรุนแรงมีโทษเทียบเท่าการฆ่าคนตาย

    (เพราะมีผลวิจัยสนับสนุนจังเลยว่ามันมีผลต่อจิตใจเด็ก ไม่รู้มากกว่าพ่อแม่ที่ตบตีกันให้ลูกเห็นหรือลงโทษลูกด้วยความรุนแรงหรือเปล่า) 

     จะช่วยให้ดีขึ้นไหมเนี๊ยะ

           ถามตัวเองก่อนว่าทำอะไรพลาดไปผิดไปเมื่อลูกเป็นแบบนี้  มากกว่าจะไปคร่ำครวญว่าเพราะเกมส์ออนไลน์ ลูกสาวถูกข่มขืนตายเพราะแต่งตัวตามดารา

           ถ้าสำนึกในการอบรมดูแลลูกของตนมันไม่มีแล้ว  จะช่วยให้เด็กเติบโตไปเป็นคนที่คิดเป็น ทำเป็นได้อย่างไร

    วันนึงผลแห่งการไม่อบรมสั่งสอนดูแลมันย้อนมา จะไปโทษใคร

           มีเยอะไปที่ลูกเล่นเกมส์ออนไลน์แต่กลับรับผิดชอบชีวิตตัวเองได้อย่างดี

    มีไม่น้อยที่ได้เห็นเด็กสาวๆแต่งตัวตามสมัย แต่กลับยินดีที่จะช่วยเหลือผู้คนในสังคมมากกว่าผู้ใหญ่ที่ ใหญ่ๆบางคน

           อะไรที่ทำให้เด็กที่บริโภคกระแสเหล่านี้ ดูแตกต่าง ฉันได้พบกว่า90%พ่อแม่ของเขา เอาใจใส่ดูแลอย่างที่ควรจะทำและอย่างเหมาะสมต่อยุคสมัย

           หาได้น้อยมากที่จะเป็นทองเนื้อเก้า ผ่านกระแสมาได้อย่างงดงามโดยปราศจากการอบรมเลี้ยงดู

     

            กระแสมันเข้ามา  เป็นเราเองที่ต้องสำเนียกต่อมันว่า จะบริโภคเช่นไร ให้มันพอดี พอเหมาะ พอควร เป็นเราที่ต้องแนะนำ ชี้ทางให้เด็กๆ

    เห็นความแตกต่าง เห็นข้อดี ข้อเสีย และหนทางที่จะปรับตัวให้อยู่รอดในกระแสให้ได้

            ก็ผู้ใหญ่สับสนต่อศรัทธา วิ่งตามกระแสแบบงมงายทั้งเมือง เด็กๆ ก็วิ่งตามกระแสและบริโภคกระแสอย่างไร้คนดูแล

     

             กระแสตุ๊กตาที่ห้อยต่องแต่งท้ายรถนั้นสร้างคำถามกับฉันว่า

     

    มีสักกี่คนกันหนอ ที่วิ่งตามกระแสแล้วรู้ว่าตนเองกำลังทำอะไรอยู่ เพราะอะไร เพื่ออะไร

    มีสักกี่คนที่สนใจว่า คนแรกที่สร้างกระแสเหล่านี้ขึ้นมา จะรู้สึกอย่างไรต่อความมีอิทธิพลของกระแสที่ตัวเองสร้างในสังคมที่อ่อนไหวแบบนี้


     

     

       คนที่มีธรรมะอยู่ในใจ แม้จะประสพความล้มเหลวทางโลก

     เขาผู้นั้นจะไม่คิดคร่ำครวญ ถึงผลแห่งความล้มเหลว

    หากแต่จะเพียรพยายามมุ่งมั่นที่จะทำคุณงามความดีต่อไป เพราะรู้แก่ใจว่า

    ผลแห่งการกระทำดีมิได้ตอบแทนด้วยลาภ ยศ สรรเสริญ

    หากแต่เป็นความปิติในใจที่ตนได้เป็นส่วนหนึ่งและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับธรรมะ หรือความดีทั้งปวง

     


    5월 4일

    Burst

     
    ฉันสำนึกเสมอว่า
    ผู้คนที่เกิดมาบนโลกนี้ ล้วนมีจุดประสงค์
    และทุกๆชีวิตย่อมมีความเกี่ยวเนื่องต่อกัน
    ชีวิตหนึ่งจะมีผลกระทบต่ออีกหลายๆชีวิต
    เพียงแต่ข้อจำกัดของการรับรู้ของเรา
    เราอาจไม่รู้เลยว่า
    บางทีการกระทำเล็กๆของเรา  อาจมีผลต่อผู้คนที่ห่างไกลอีกมหาศาล
     
    ฉันภาวนาต่อพระเป็นเจ้าเสมอว่า
    ขอให้ทุกย่างก้าวของฉัน
    อย่าได้ทำร้ายใคร
    แต่ขอให้ทุกย่างก้าวของฉัน
    เป็นส่วนหนึ่งของความรื่นรมย์ที่พวกเขาเหล่านั้นจะได้รับ...
    ......
     
     
    ข้างบ้านฉัน มีเด็กๆหลายคนที่ฉันเห็นบางคนมาตั้งแต่เกิด
    ตั้งแต่ตัวเล็กๆ ยังไม่เดียงสากับสิ่งใดในโลก
    ฉันรู้สึกดีเสมอเมื่อได้อยู่ท่ามกลางเด็กๆเหล่านี้
    หลายคนผ่านวันเวลามาจนเติบใหญ่
    บ้างก็ทุกข์ทรมานนักกับสภาพครอบครัวที่ร้าวฉาน
    บ้างก็อัตคัดขัดสน
    บ้างก็ขาดพ่อหรือแม่ ..มีไม่กี่คนที่ดูจะครบพร้อม
     
    ไม่ว่าจะเป็นเด็กคนไหน  ฉันก็ยังเป็นคุณน้าใจดีสำหรับพวกเขา
    ทุกๆเวลาที่พบเจอ จะมีของขบเคี้ยวที่เป็นของหวานท้อง
    พาไปวิ่งเล่นที่สนามเด็กเล่นหลังหมู่บ้าน
    และ...คำพูดดีๆ ที่จะเป็นสิ่งเยียวยาจิตใจและเป็นของหวานของวิญญาณ
    ฉันจะทำเสมอ..ให้เสมอ
     
    "ด้วยคิดเองว่า..การที่มีใครบางคนปฏิบัติต่อเราอย่างเห็นคุณค่าความเป็นมนุษย์ในตัวเรา
    มันเป็นเหตุผลเพียงพอต่อการมีชีวิตอยู่และ
    มีเหตุผลมากพอที่เราจะเติบโตมาเป็นคนดี
    และปฏิบัติต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันในสิ่งที่ควรกระทำ"
     
     
    ฉันคิดแค่นี้
    .....
    วันนั้นก็เหมือนอีกหลายวันที่พบเจอ
    เมื่อก้าวออกจากประตูบ้าน เด็กที่รู้จักและวิ่งเล่นอยู่แถวนั้น
    ก็ทักทายและสวัสดีอย่างที่เคย
    ฉันทำเหมือนเคย..ยิ้มและกล่าวทักทายตอบ โอบไหล่เด็กตัวเล็กๆที่อยู่ใกล้แล้วออกจากบ้าน
    ถ้าบังเอิญไม่ลืมของ...บังเอิญไม่กลับมาที่บ้านอีกในทันทีที่นึกได้
    ฉันคงไม่รู้ว่า
    สิ่งที่ทำทุกวัน...มันไม่ได้ดีพร้อมเหมือนที่เคยคิด
     
    " แหม..สวัสดีคร้าบน้าแจง น้าแจงไปไหนครับ..แม๊...ทักกันที..มึงพูดเหมือนพูดกับเทวดา นางฟ้า
    โอย..อยู่บ้านมึงไม่พูดกับกูแบบนี้บ้างวะ  ไม่นึกจะพูดกับกูบ้างวะ  ..."
     
    คำพูดที่ลอยเข้าหู..ทำให้ต้องหยุดฟังและลำดับเรื่องราว
     
    ความอารี ใจดี ที่ฉันมีให้คนรอบข้าง กลับกลายเป็นยาขมสำหรับคนบางคนไปแล้ว
    บางคนที่ไม่เคยปฏิบัติต่อลูก หลาน เยี่ยงพ่อแม่ เยี่ยงญาติมิตรควรจะทำ
    คนที่ทำร้ายเด็กๆด้วยคำพูดหยาบคาย และไร้เหตุผลในการลงโทษ
    สิ่งที่ฉันปฏิบัติต่อเด็กๆเหล่านั้น กลายเป็นการเปรียบเทียบ
    และทำให้คนเหล่านั้น หล่นร่วงลงไปอยู่ใต้เส้นของความดีงาม
    เขากลายเป็นคนที่น่ารังเกียจและอยากหนีห่างสำหรับเด็กๆของเขา
    เพราะฉัน...
    ..................
    ฉันควรจะโอบกอดเด็กๆเหล่านั้นต่อไปไหม?  ควรจะพูดด้วยความสุภาพอย่างที่เคยทำไหม?
    จะเป็นที่ปรึกษา จะเป็นคนขวางระหว่างไม้เรียว จะเป็นคนเล่านิทาน สอนหนังสือ
    หรือชวนเด็กๆวิ่งเล่นต่อไปอีกไหม?
     
    ควรจะเป็น คุณน้าใจดี ต่อไปอีกหรือเปล่า?
    ..................
     
    หลายๆคนตอบคำถามนี้ว่า ฉันไม่ได้ทำผิด พ่อแม่เด็กเหล่านั้นที่ต้องรู้จักปรับปรุงตัว
    แต่ฉันกลับคิดว่า
    เขายังต้องจะอยู่ด้วยกันไปอีกนาน..
    หากผู้คนในบ้านอยู่อย่างเห็นอีกฝ่ายเป็นเชื้อโรคร้ายที่ต้องหาทางกำจัดหรือหนีห่าง
    ฉันคงเสียใจกับการทำดีของตัวเอง
    .........
     
    "บางทีนะ น้าอาจจะลองเป็นคนใจร้ายดูสักวัน
    ไม่ทัก ไม่พูด ไม่ตอบ ไม่ช่วยเหลือ
    บางทีแม่ของหนู ย่าของหนู ยายของหนู อาจจะเป็นนางฟ้าใจดีของหนู
    อย่างที่หนูเคยบอกกับน้า...
    แต่อยากให้พวกหนูรู้เหลือเกิน
    ทุกครั้งที่น้าไม่ทักทาย มีแต่รอยยิ้มที่รีบ รน และลวกๆ
    ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงก่นด่า หรือทุบตี
    ไม่มีสักครั้งที่น้าใจดีของพวกหนู
    ไม่ร้องไห้..ให้กับเทวดา นางฟ้า ตัวน้อยๆของน้า..."
     
    ขอให้เขาเป็นเด็กดี อย่าให้เขาหนีเรียน  ขยันอ่านหนังสือ ให้เขาพูดกันดีๆ พูดเพราะๆ อย่าพูดคำหยาบคาย
    ให้เขาช่วยคุณย่า เข้าใจคุณแม่ อย่าเถียง ขอให้เขาเจอวันเวลาที่ดีๆ...ขอให้เขามีความอดทน.......
    น้าคนนี้ขอพระเป็นเจ้าให้กับเด็กๆทุกคืน
     
     
    แด่..เด็กๆทุกคนบนโลก ที่เกิดและเติบโตมาบนความไร้ปัญญา และเห็นแก่ตัวของผู้ใหญ่
    แด่..ความรักที่ฉันยังเชื่อมั่นเสมอว่า..จะเยียวยาทุกสิ่ง
     
     
     
    Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket
     
     
     
    3월 31일

    ในสายตา

     
     
                                     
    "คุณชอบ Van Gogh หรือMonet "
     ฉันถามเพื่อนคนใหม่
    " อืม..ถ้าเป็นรูปผมชอบMonet นะ  แต่ถ้าเป็นเรื่องราว ผมชอบVan Gogh "
    เขาตอบได้ตรงใจ 
    "รู้สึกใช่ไหมว่า  น่าสนใจ  ชีวิตของเขาน่าสนใจ" ฉันเอ่ยขึ้น
     
    ระหว่างทางเดิน ฉันรู้สึกข้างในเงียบๆ
     
    วันนี้ก็เป็นวันที่ดี
    ในสถานที่ๆกว้างใหญ่ ที่กำลังเดินไปนี้
    ข้างๆก็ยังได้เดินกับเพื่อนที่รู้สึก และคิดต่อผู้คนคล้ายๆกัน
     
    ......................
     
    ฉันชอบศึกษาผู้คน แต่กลับมีความพยายามที่จะคบหาน้อยกว่า
    ไม่ใช่เพราะกลัวเหนื่อยหน่ายต่อการมีเพื่อนฝูงมากมาย
    หากแต่ยังหวาดกลัวสิ่งที่อยู่ภายในจิตใจผู้คนเหล่านั้น
     
    การเว้นระยะและให้จังหวะของการเดินที่ถูกต้อง
    มันจะทำให้เราไม่บาดเจ็บ  ไม่ให้เขาบาดเจ็บ
    บทเรียนที่ได้หลังจากเทหน้าตัก"ความจริงใจ"
    บาดแผล..มันจะสอนให้เราระมัดระวัง
     
    กระนั้นก็ดี..ฉันยังคงแสวงหา..
     
    ........................
    ฉันหลงรักผู้คน..จากสิ่งภายในและสิ่งเล็กน้อยที่เขากระทำ
    บางคนซื้อหาของให้ฉันมากมาย บางคนรุ่มรวยอารมณ์ขัน
    บางคนฉลาดเฉลียวและทรงภูมิ  บางคนน่าเคารพ เกรงขาม
     
    สิ่งใหญ่ๆที่เขาเป็น..มันไม่ได้สำคัญสำหรับฉัน
    เหมือนๆกับภาพของMonet
    สวยงาม  ประทับใจ..
    รอสักวันที่อาจจะจางหายไปจากสายตา
     
    บางคน..
    ทำสิ่งเล็กๆน้อยๆ เอ่ยบางคำพูดที่ดูเหมือนไม่มีอะไรเลย
    ทว่า  ฉันกลับมองเห็นตัวตน...ในสิ่งเหล่านั้น
     
    จะมีค่าอะไรถ้ามิตรภาพไม่มีความอาทร
    จะมีค่าอะไรถ้ามิตรภาพมิได้หยั่งรากแห่งความจริงใจ
    ไม่มีความหมายใดเลย..ถ้ามิตรภาพถูกนำเสนอด้วย"การให้"
    ที่ครอบงำด้วยผลประโยชน์
    แฝงเร้นมาใน..ความงามแห่งมิตรนั้น
     
    ฉันยังคงแสวงหา...
     
     
    มีเพื่อนคนหนึ่งบอกฉันว่า...
    "...หนทางแห่งชีวิตยาวไกลและมิอาจคาดเดาได้..."
    ทว่า ในความศรัทธาและความหวัง
    ฉันจะสามารถพบผู้คน
    ที่จะปรากฏขึ้นในหนทาง
    ที่จะเป็นเพื่อน...เพื่อนที่แท้
    แม้จะต้องเดินทางอีกไกลแสนไกล
     
    .............
     
     
     
     

    Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

    1월 15일

    Wall

     
     
     
     
    Photobucket - Video and Image Hosting
     
     
    wall
     
     
    ..ภาพวาดเล่นๆมานานแล้ว
    วาดตอนที่รู้สึกย่ำแย่กับผู้คน
     
    ....................
     
    มีคนบอกว่าฉันเป็นคนอ่อนไหว
    เคยได้ยินมาว่าคนอื่นจะมองเห็นตัวเราบางด้านได้ดีกว่าเรา
    บางด้านที่เรามืดบอด
    บางเวลาที่เราคับแคบ
    กับผู้คนที่รายล้อม
     
    จริงๆแล้ว..ฉันรู้
    และเพราะเราเปลี่ยนคนทั้งโลกไม่ได้
    เราต้องหันกลับมาปกป้องตัวเอง
     
    ฉันเคยมีกำแพงสูงๆ รายล้อมตัวเอง
    อยุ่ข้างในเพียงลำพัง..และมันก็รู้สึกดี
    ที่ไม่ถูกใครทำร้าย
    ..
    ฉันออกจากกำแพงมาแล้ว
    เพื่อถูกทำร้าย..เพื่อทำร้ายตัวเอง
    และที่สำคัญที่สุด
    เพื่อที่จะพบใครหลายคน
    ที่จะอยู่เคียงข้าง
    ในวันที่ฉันบาดเจ็บกับผู้คน
     
    จริงๆแล้ว...ฉันก็ยังเป้นคนอ่อนไหวอยู่นะ
     
    ........
     

     
    วิทย์สานศิลป์
     
    อีกครั้งที่ฉันอยากพูดถึงเธอ..เพื่อนที่รักของฉัน
    ไม่กี่เดือนที่ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม ฉันเบิกบานมากเพียงใด
    อยากให้ทุกคนได้รับรู้จริงๆ
    ไม่ใช่แค่ฉันได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก
    หากแต่คำว่าเพื่อน..มิตรภาพที่ใสสะอาดระหว่างกันนั้น
    มันเยียวยา รอยแผลบาดเจ็บจากที่อื่นได้หมดจด
    ฉันเลิกสนใจแล้ว
    ว่า..ทำไมบางคนถึงจ้องทำร้ายอยู่ตลอดเวลา
    ทำไมบางคนแวะเวียนมาแค่ต้องการความช่วยเหลือ
    ทำไมบางคนพูดคำมดเท็จได้ไม่ละอาย
    ทำไมบางคนหวาดระแวงต่อมิตรภาพของฉัน
    ทำไมทำเหมือนไม่รู้จัก ทำไมทำเป็นมองไม่เห็น
    ทำไมฉันต้องแสร้งมีมารยาท
    ทำไมฉันไม่ก่อกำแพงรายล้อมตัวเองอีกครั้ง
     
    ถ้าชีวิตข้างหน้า
    ฉันเดินทางได้โดยปราศจากกำแพง
    วิทย์สานศิลป์
    คุณเป็นส่วนหนึ่งของความกล้าหาญอันนั้น
     
    Photobucket - Video and Image Hosting
     
     
     
     
     
     
     
    1월 10일

    The Devil wears...

    Photobucket - Video and Image Hosting
     
     
    คลุมกาย ให้คล้าย ใครอื่น
    ขมขื่น ที่ใจ ใช่เหมือน
    จิตหยาบ คืบแผ่ แชเชือน
    บิดเบือน เปื้อนเปรอะ เลอะตา
     

     
    ความผิดใหญ่หลวง
     
    ฉันลืมใส่เสื้อสีเหลือง...ในวันจันทร์
    ฉันกลายเป็น..กบถ..ในสายตาของใครบางคน
    บางคนที่ใส่เสื้อเหลืองทุกๆวัน
    เปลี่ยนแต่กระเป๋า รองเท้า กางเกง กระโปรง นาฬิกา สร้อยคอ แว่นตา แหวน สีลิปสติค..
    เปลี่ยนแต่ยี่ห้อ..Prada Gucci Louis Chanel บลาๆๆ (ขอบลา บลามั่ง)
    ฉันรู้สึกผิดมากๆ
    ที่ไม่รักในหลวงเหมือนคนอื่นๆ
    เอาใหม่นะ
    ...
    ฉันจะใส่เสื้อหม้อห้อม
    ทุกวันจันทร์
    เพราะฉัน..
    1. เชื่อในหลวงที่พระองค์สอนฉันพอเพียง
    2.เชื่อในหลวงเพราะพระองค์ให้รักบ้านเกิด
    เสื้อหม้อห้อมเป็นสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ของบ้านเกิดฉัน
    (อ้อเรียกไม่ได้แล้วสิ เขาเปลี่ยนเป็นอะไรนะ..ทำไมฉันแย่จริงๆที่ไม่รู้)
     
    3.ฉันมีเสื้อเหลืองสองตัว ฉันต้องประหยัดๆ
    4.ฉันรู้ว่า..ฉันรักในหลวง..นี่นา
     
    มันเป็นเหตุผลไม๊น้อ...
    เป็นสิ....อย่างน้อยฉันก็คิดได้ตั้ง สี่ข้อแหน่ะ
    บางคนยังบอกฉันไม่ได้เลย
    ว่าจะดูได้ไงว่าคนที่ใส่เสื้อเหลือง
    คนไหน..รักในหลวงมากกว่ากัน..
     

    เหลวไหล
     
    เคยสักวันไหมที่เหนื่อยกับสิ่งรอบตัว
    ฉันเชื่อว่าทุกคนอาจเคยผ่านช่วงเวลาแบบนี้...ฉันผ่านหลายหน และผ่านมาบ่อยๆ
    ทุกๆครั้ง..ความอดทนจะนำทางเสมอ ฉันก็เห็นมันอยู่ข้างหน้าเมื่อมองผ่านม่านน้ำตา
    ฉันเดินตาม..
    เมื่อวานนี้เอง
    โมงยามที่บรรจุความเหนื่อยล้าก็เข้ามา
    อะไรบางอย่างที่ทำให้ฉัน...ละทิ้งความอดทน
    ฉันเบือนหน้าจากมันและเกี่ยวกอด..ความตามใจ..ไว้แนบอก
    ....
     
    เก็บอะไรไว้เยอะแยะก็ไม่รู้...เมื่อวันก่อนเหมือนระเบิดลง ไม่อยากคิดแก้ไขอะไร..ไม่อยากคิดสักวัน
    ไปเดินห้าง..สอยBB ลิปกลอส 600กว่า อายเจล เหยียบพันเก้า ครีมบำรุงผิว ร่วมสามพัน เสื้อ รองเท้า  ฯลฯ
    หมดไปเยอะ...เยอะมากๆ
    มากพอที่จะเป็นทุนอาหารกลางวันเด็กเป็นปีๆ ค่าผ่าตาคนเป็นต้อกระจกได้สักสองสามคน  ขาเทียมอีกหลายข้าง
    พอที่จะเป็นทุนเพาะกล้วยไม้หายากกลับสู่ป่า ค่าอาหารสัตว์ที่ถูกทารุณเป็นร้อยๆ
    ฉันรู้สึกผิด..อยู่ในไส้ติ่งตะหงิดๆ
    แต่ในใจ มันว่างๆ
    บอกว่า...เงินของฉัน...เรื่องของฉัน
     
    จริงๆแล้ว
    มีสิ่งที่อยากซื้อหามากกว่าของข้างบนนั่น
    หนังสือภาพของJohn Days กล่องใส่พู่กัน ฮาร์ทดิส โปรแกรมวาดภาพใหม่ๆ ทำตู้รองเท้า เปลี่ยนพื้น-ผนังห้องน้ำ
    เครื่องดูดฝุ่น เครื่องกรองน้ำ โอย..เยอะแยะ
     
    แค่..อยากเหลวไหลสักวัน
    อยากรู้ว่า...ถ้าไม่ต้องแบกรับความรู้สึกผิด หรือคิดนู่นนี่เวลาควักเงิน เป็นยังไง
    อยากรู้ว่า..คน เลวๆที่เอาเงินภาษีฉันไปผลาญ มันรู้สึกยังไง
     
    พอสบายใจแล้ว
    ฉันจะพยายามใช้ความคิด..ในการตัดสินใจเหมือนเดิมอีกครั้ง
     
    อย่าเกลียดฉันเลยนะ
     
    ที่ทำตัวไม่น่ารัก
     
    รู้แล้ว
     
    ยังจะรักฉันเหมือนเดิมหรือเปล่า?
     
    พรุ่งนี้ฉันจะเหมือนเดิมแล้ว
    เริ่มคิดก่อนทำ
    ...
    อย่างแรกเลยนะที่จะคิด
    คิดว่า..
    จะเลี่ยงภาษียังไงดีน้อ
    จะได้ไม่เกิดกรณีเจ็บปวดหัวใจและผิดบาปที่ไส้ติ่ง
    เวลาเห็น
    คนบางคนที่ซดโฮกๆ(เขมือบ)ภาษีของฉัน
     
     
     
    12월 4일

    วันของพ่อ..

     
     
     
    วันพรุ่งนี้เป็นวันของพ่อแล้ว..
     
           ใครๆก็รู้ว่า..ทุกวันพ่อเหนื่อยเพื่อเรา
    ใครๆก็พูดกันว่า..พ่อทำเพื่อเรา
    ใครๆก็เปล่งเสียงว่า..เรารักพ่อ
    ใครต่อใคร...ก็รักพ่อ
    ........
    .......
    ทำไม
    พ่อยังเหนื่อย
    อยู่เลย
    ...
    ทั้งๆ
    ที่
    พ่อ
    มี
    ลูก
    ที่
    รัก
    พ่อ
    ทั้ง
    ประเทศ
    ...
     
    ขอมิ่งขวัญของเกล้ากระหม่อม ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

     
     
     
    วันนึงที่ลูกตามหาความฝันของตัวเอง
    ลูกเฝ้าแต่หาทางที่จะไปไขว่คว้ามันมาครอบครอง
    แต่ไม่เคยตั้งคำถามว่า..ความฝันนั้นถูกจุดประกายที่ตรงไหน
     
    เมื่อยังเยาว์วัย
    ใต้ขื่อคาบ้านลงมา รูปเล็กๆแขวนไว้บนเสา
    ภาพวัดอรุณฯที่แต้มด้วยสีโปสเตอร์ฝีมือพ่อ
    ลูกแหงนคอตั้งบ่า...เพื่อได้ชื่นชมอย่างชัดเจน
     
    ปากกา ดินสอ ไม้ที กระดาษเขียนแบบ
    ห้องทำงานที่เต็มไปด้วยความลี้ลับ
    เส้นหลายๆเส้นบนกระดาษ
    นั่นแหล่ะที่ลุกอยากเข้าใจ
     
    ความฝันของลูก...กำเนิดมาจากตรงนี้
     
    ลูกตามหาฝันและเวียนวนหลงทางมานาน
    แม้จะกล่าวโทษต่อสิ่งใดก็ไร้ประโยชน์
    มีอยู่สิ่งหนึ่งภายใต้ความฝันของลูก
    เหตุผลของการที่ลูกจะไล่ตามความฝัน
     
    "อยากให้พ่อภูมิใจ"
     
    ไม่รู้อีกกี่วัน กี่เดือน กี่ปี นะพ่อ
    ที่ลูกจะคว้าฝันของตัวเองมาได้
    ลูกรู้ว่า
    ไม่มีสักวัน
    ที่พ่อจะทอดทิ้งความฝันของลูกเช่นกัน
     
    ภาพนี้วาดมานานหลายเดือน
    เป็นภาพแรกที่ลูกทิ้งพู่กันและสีน้ำมานาน
    ลูกอยากวาดภาพนี้
    เพราะ
    พ่อเป็นแรงบันดาลใจตลอดมา
     
    รักพ่อเสมอค่ะ 
     
     
    9월 28일

    ยังอยากพักอยู่เร้ย..

    หายไปนาน..
    อยู่แถวๆนี้แหล่ะเจ้าค่ะ แต่ออกจะแนวเหนื่อยหน่ายโลก
    ปัจเจกชนเข้าสิง
    NGO ประทับร่าง
    ลมปรานแตกซ่าน..อะไรประมาณนี้
    เลยหายหัวไป ..ให้หัวได้หาย..เครียด!!!
    ......
     
    เบื่ออะไรมากมายนักก็ไม่รู้
    ไม่เห็นดอกไม้สวยงาม ไม่ได้ยินนกร้องเพลง
    ไม่รู้สึกอิ่มใจกับแสงอาทิตย์ส่อง
    หรือชุ่มชื่นกับสายลมเหมือนเคยๆ
     
    ลืมตาตื่น
    ก็สำเหนียกแต่ความโกรธเกรี้ยว
    ยื้อแย่งแข่งขัน
    ความลโมภ โลภมาก
    ภายในจิตใจผู้คน
     
    ชีวิตเดียวที่เรามีในกำมือ
    จะต้องแบ่งปัน
    ส่วนหนึ่งที่มีค่า
    มาพบเจอเรื่องสุดสังเวชแบบนี้
    ผู้คนที่อัปลักษณ์จิตใจแบบนี้
     
    เสียดายวันเวลา..
    .....
     
    มันไม่ได้ทำร้ายฉันมากมายนักหรอก
    เพียงแค่รู้สึกว่า
    มันเหมือนกองขี้หมา
    ที่เจ้าของมักง่าย
    พามาถ่ายไว้หน้าบ้าน
     
    เหมือนเศษขยะ
    จากมือของคนคับแคบสำนึก
    ปล่อยทิ้งไว้ให้รำคาญหัวใจ
     
    ผู้คนแบบนี้..
     
    กองขี้หมาที่น่ารำคาญ
    ...........
     

    มีช่วงนึง เบื่อสาธิตมากๆ
    ไม่เคยถามตัวเองว่าเบื่ออะไร เบื่อทำไม
    ทั้งๆที่เมื่อรถเลี้ยวเข้าไป
    ลึกๆในใจก็รู้สึกว่า..มันเย็นใจจัง
     
    หลังรั้วนั้น มีเรื่องราวและซอกมุมที่ฉันอยากค้นหาอีกมากมาย
    แต่ความรู้สึกบางอย่างก็แซงปรู้ดขึ้นมาเชียว
    ทำไมฉันเบื่อสาธิตเกษตรขนาดนี้
    หลายสัปดาห์ที่นัดลุกมารอหน้าโรงเรียน
    (ที่เด็กๆพร้อมใจกันเรียกว่าชานชลา ที่เท่าไหร่ไม่รู้ตามกระแสแฮรี่) 
    รับแล้วก็กลับบ้านเลย
    จากเดิมที่พาลูกวนเวียน ชมนกชมไม้
     
    ฉันรู้แล้วฉันเบื่ออะไร
     
    ใกล้งานมหกรรม"ตะเกียกตะกายเพื่อลูก" หรือจะให้เรียกเพราะๆว่า"สู้เพื่อลูก" (ก็ยังได้นะ)
    ฉันละเบื่อทุกที
     
    จะพบซ้อเจ็ดได้ที่นี่ พบการแย่งซีนได้ที่นี่ พบการแทงข้างหลัง
    ผู้คนที่วิตกจริต พูดเรื่องเดิมซ้ำๆ 108 1009
     
    อยากอ้วกอ่ะ
     
    ...
    อยากบอกเพื่อนบางคนว่า ฉันอยากอ้วก
    อยากบอกว่า ชีวิตฉันไม่ใช่สาธิตเกษตร
    อยากบอกว่า ลูกไม่ได้เติบโตจากยี่ห้อ
    อยากบอกว่า บางคนก็อยากมีชีวิตในแบบที่เขาอยากเป็น
    อยากบอกอะไรเยอะแยะ...แล้วรู้ว่าถ้าบอกไปมันจะ
    มากเรื่อง
    ......
    เลิกคิดว่าฉันเป็นกูเกิ้ล เป็นสาว(เหลือ)น้อยมหัศจรรย์ เป็นไม้กันหมา เป็นอะไรต่อมิอะไรเสียที
    เบื่อ
    จริงๆ
    อยากบอกว่า
    กู
    เบื่อ
    โว้ย
     
    ขอหยาบคาย
     
    สรุปแล้วยังรักสาธิต แต่เบื่ออีแม่เสียจริตแค่ไม่กี่คน(ว่ะ)
     
    ......บัวกระด้งออกดอกแล้ว..บานสวยอยู่ในสระน้ำ
    ฉันและลูกชายก้มเกาะขอบฟุตบาท มองดู
    ดอกบัวพันธุ์แปลก ให้ใกล้ที่สุด
    ...เราสนใจบัว  บัวคงรู้ว่าเราสนใจมัน
    เราเติบโตจากบางสิ่งที่เราสนใจและอยากเรียนรู้มัน
    สนใจ  ใส่ใจ
    ....
    เสียงรถและสายตาผู้คนจ้องมอง
    หลังเราละสายตาจากบัว
     
    ช่างเขาเถอะ..ถ้าเขาแค่สนใจแต่ไม่ได้ใส่ใจ
     
    เขาไม่มีวันเติบโตจากเรา
    .....
     

    วิทย์สานศิลป์และคลับเส้นสายลายพฤกษ์
     
    หลายเดือนก่อน ได้นั่งหน้าจอคอม สามีสุดที่รักเรียกมาดูภาพสีน้ำของกล้วยไม้ช่อหนึ่งในบลอคแก้งค์
    เป็นภาพที่สวยมาก สวยจับใจ
    และเรื่องราวในบลอคนั้นทำให้เราได้มาเจอกับชมรมวิทย์สานศิลป์
    แหล่งรวมพลคนรักษ์ศิลปะและพันธุ์พฤกษ์
     
    ความกระตือรือร้นของสามี ที่จะพาเราไปวาดรูปกับชมรม
    ทำให้เราฮึดสู้กับความท้อถอยในใจ
    "ถ้ามันเป็นความฝันของเธอ ทำไมเธอไม่ลองคว้ามัน"
    ประโยคเดียวที่ฉันบอกคนเป็นสิบเป็นร้อย
    แต่ไม่เคยทำได้กับความฝันของตัวเอง
    "ฉันจะดูแลเธอ..รวมถึงความฝันของเธอด้วย"
    ฉันรู้ว่าเธอพยายามทำหน้าที่ของเธอ
    และคาดหวังให้ฉันลุกขึ้นมาคว้าโอกาสของตัวเองเช่นกัน
     
    ผู้คนที่นั่นเป็นมิตร..อย่างที่ฉันไม่คาดคิด
    ฉันไม่สงสัยหรอกว่า คนที่รักธรรมชาติ รักป่า รักไม้ รักสรรพสัตว์
    จะอ่อนโยนต่อผู้คนได้ เหมือนที่เขาอ่อนโยนต่อโลก
     
    คุณเพกา อาจารย์พรเลิศ ได้แนะนำฉันไปชมภาพยามเธอไปล่องไพรที่เวปพันทิป
    และที่นั่นฉันก็ได้รู้จักอีกคลับ
    เส้นสายลายพฤกษ์
    มีป้าจาย..สาวสูงวัยที่ใจไม่ชะแรชราเป็นผู้ก่อตั้ง
    วันแรกที่เจอป้าจาย
    ฉันอึ้งไปแป๊บนึง
    ภาพที่คิดไว้คือป้าร่างท้วมๆใจดี ๆ
    แต่มาพบกับสาวเปรี้ยวปรี๊ดในกางเกงรัดรูปสีม่วงเสื้อคลุมสีดำ ผมซอยสั้น ท่าทางทะมัดทะแมง
    แต่ใจดีไม่ตกหล่น
     
    ที่สองที่นี้
    ทำให้ฉันสำนึกว่า
    ความฝันจะเป็นจริงได้ เราต้องตื่นเสียก่อน
    ตื่นรู้ว่า ควรทำเช่นไร ควรเป็นเช่นไร
     
    ทุกคนจริงจังมาก เสาะแสวงหาความรู้และพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด
    ดอกไม้เพียงดอกเดียว ทุกคนมองเป็นร้อยๆครั้ง
    เพียงเพื่อจะถ่ายทอดจากฝีแปรง
    ทุกคนใส่ใจ
     
    ฉันละอายแก่ใจนัก แค่รูปเดียวที่อยากวาด ฉันแค่จินตนาการและไล้แปรง
    วาดแค่อยากวาด
    ต่างกับวาดเพื่อรักษาโลก อย่างที่พวกเขาทำกัน
     
    ฉันบอกป้าจายว่า...ภาพของหนูอยากให้คนที่เห็น
    ได้ตื่นรู้กับความงามของธรรมชาติ
    ให้ตื่นรู้กับการรักษา และหาหนทางรักษา
    ไม่ว่าจะด้วยทางไหน
    ศิลป์สร้างแผ่นดินและช่วยรักษาแผ่นดินได้เช่นกัน..
     
    ป้าจายบอกว่า..นั่นแหละคือสิ่งที่อยู่ท้ายสุดของภาพที่ป้าอยากให้คนรับรู้
    เรามีความรู้สึกเดียวกัน
     
    "แม่มองดอกไม้นานจัง"
    "แม่มองมันเพื่อจะได้เข้าใจก่อน"
    "เข้าใจแล้ววาดได้สวยใช่เป่า"
    "วาดได้อย่างที่เราสามารถวาด แต่เราจะรักมันมากขึ้นจากที่เรามองมัน"
    "ถ้ามันร่วงไปก่อนล่ะแม่"
    "หนูจะจำความสวยมันได้เองนะ"
    "จินตนาการ"
    "ไม่ใช่ลูก..มันคือความทรงจำ"
    "เราปลูกเยอะๆ เราก็ได้เห็นมันทุกวัน จริงไม๊แม่"
     
    "สิ่งที่สำคัญที่สุดเลยล่ะที่แม่อยากให้หนูเห็นจากการมองมัน"
     
     
         
     
         
     
     
    8월 19일

    พักคร้าบ..

     
      ได้พักแล้วคร้าบบบบ
            วันนี้เสร็จงานscience show แล้ว ลูกได้ที่สาม หลังจากเหน็ดเหนื่อยมาสองอาทิตย์ ทั้งงานบ้าน งานส่วนตัว งานลูก แม่มานก็ถึงเวลาพักซะที
     
    เดือนนี้ประทับใจอะไรมากมาย ...อยากบันทึกไว้และอยากให้ใครๆที่ผ่านมาได้อ่าน  เอาเรื่องงานวิทยาศาสตร์ก่อน
            ลูกชายแฝดคนพี่ อยากลงประกวดบ้าง หลังจากปีที่แล้วน้องชายได้ที่หนึ่งมาแล้ว  ความรู้สึกตอนนั้น ดีใจมากๆเพราะคนโตจะไม่ค่อยกล้าแสดงออกเท่ากับคนเล็ก
    แต่น้องชายที่ไม่อยากทำแล้วก็ยังอิดออดๆ ผ่านไปสักพักน้องก็ตอบตกลงเหตุผลที่แม่ดีใจรอบสองคือ 
    "อยากลงเป็นเพื่อนพี่ เพราะเป็นครั้งหนึ่งที่จะได้ทำงานร่วมกัน"
     
    ปีนี้โจทย์ก้ไม่เคลียร์ เพราะแม่ตีความว่าให้ทำสิ่งประดิษฐ์เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม และนำมานำเสนอ  ไม่มีการประชุม ไม่มีการแนะนำ ไปถามแต่ละชั้นปีก็ได้คำตอบไม่ตรงกัน  ในความรู้สึกของเม่เริ่มหงุดหงิดๆเพราะไม่เอ็นจอยกะโครงการที่โรงเรียนนี้ทำสักเท่าไหร่  (เด็กสาธิตมาอ่านอย่าโกรธกันนะเพราะน้าแจง พูดตามมาตรฐานของตัวเอง) ที่สุดก็ต้องตัดสินใจว่าจะเลือกที่ให้ลูกทำเพื่อ
    "ให้เขาโตขึ้น"หรือ"ไปแข่งเอารางวัล"
    คนที่รู้จักแม่ก็คงเดาได้  แม่เลือกอย่างแรก
    เริ่มต้นจากแม่ให้คิดประดิษฐ์"อะไร"ที่จะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม  เขางุ้งงิ้งกันสองวันก็บอกว่าอยากประดิษฐ์หุ่นยนต์ เก็บขยะ
    เราเอาโครงการพระราชดำริให้ลูกอ่านและบอกว่า"ลองคิดอะไรที่เรียบง่ายดีไม๊"
    อีกวันนึงผ่านมา ก็ได้รูปร่างยึกยือๆ มาให้เห็น
    "มันเป็นอะไรล่ะลูก"
    "เครื่องดักไขมันมือถือ"แล้วหัวเราะ
    "ทำไง"
    "ก็เห็นที่บ้านคุณตาไง คุณยายเอาตระกร้ามารองเศษอาหารแล้ว เอาไส้บวบ ถ่าน กาบมะพร้าวมารองๆ ไบท์กะบลิ้งค์ก็ว่าจะเอามาทดลองดูว่าถ้าทำแค่กาบมะพร้าวจะได้หรือเปล่า"
    "ทำไมต้องเป็นกาบมะพร้าวล่ะ "
    "ก็แม่มีเยอะไง เอาไว้ปลูกต้นไม้ได้ หลังที่เราเอามาเป็นไส้มัน(ไส้กรอง)"
    แล้ว...ก็กลายมาเป็นที่กรองไขมัน  หะแรก ไส้เพียบ ถ่านเอย กาบมะพร้าวเอย ทรายเอย  แม่ต้องให้รวบรวมความคิดว่า เน้นใช้เพื่ออะไร กลุมเป้าหมายเป็นใคร อย่างไร เลยมาหยุดในการหาความรู้ที่กาบมะพร้าว
    การเริ่มต้นที่จะคิดค้นด้วยตัวเองทำให้แม่ปลื้มใจเป็นหนักหนา  เห็นลูกคุยเรื่องบท หัดแต่งบท ทำอุปกรณ์ ทำการทดลอง ช่วยคิดหาวิธีทำ .....มันปิติใจมากกว่าสิ่งใดๆ
    ลูกชายตัวน้อยๆของแม่ โตขึ้นทุกวันๆ
     
    มีเหตุการณ์เยอะแยะที่เกิดขึ้นช่วงการทำงาน แม่ปล่อยให้ผิดพลาด ปล่อยให้เรียนรู้รสชาติความลำบาก อย่าโกรธแม่เลยที่แม่เป็นแม่แบบนี้
    "บลิ้งค์รู้  ต่อให้บลิ้งค์ขอแม่ก็ไม่ช่วย" วันนึงเกิดเหนื่อยแล้วงอน เธอก็ต่อว่าแม่ซะงั้น
    "ปีหน้าถ้าบลิ้งค์จะทำ แม่เกิดมีธุระบลิ้งก็ทำได้นะ  ไม่ดีเหรอ" เธอก็พยักหน้าหงึกหงักแล้วทำต่อ
     
    ส่วนต่อไปคือ...การไปอยู่ในกติกา โดยพกพาเอาความรู้สึกที่จะทำเพื่ออยากทำ ไม่ใช่ไปเอาชนะ
    "แม่อยากให้ลูกไปทำทุกอย่างที่ลูกไม่เคยทำ ด้วยความรู้สึกว่าอยากทำเพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าเราทำได้เท่านั้น"
     
    สิ่งที่ย้ำเตือนตลอดการซ้อมคือทำให้มันสนุกแต่เต็มไปด้วยความตั้งใจจริง
     
    วันนี้ผลแม้จะได้แค่ที่สามแต่แม่ ยินดีไปนานแล้วรู้ไม๊ ยินดีตั้งแต่ผลงานเป็นรูปเป็นร่าง ยินดีที่เห็นภาพสองตัวจ้อย มาสุมหัวงุ้งงิ้งแก้บทแก้คิวแสดง
    เวลาเห็นลูกมหัศจรรย์ใจกับจุลินทรีย์ชีวภาพ เริ่มสนใจการรักษาสภาพแวดล้อม เสริชหาข้อมูลในเนท
    แม่ได้แต่ช่วยเรื่องงานที่ลูกยังทำไม่เป็น เสียงประกอบ การใช้เครื่องมือที่อันตราย พิมพ์เอกสาร (เพราะเธอพิมพ์สปีด เต่ามาก )
     
    ทุกครั้งที่โทรคุยกะป๊า  "ลูกเราโตขึ้นมากเลยนะ"
     
    แม่ปีหน้าเอาใหม่ได้เป่า
    อืม..ได้สิ ไม่เหนื่อยเหรอ
    เหนื่อยแต่เริ่มสนุกแล้ว
    ก็ทำสิ..แม่ไม่เคยห้าม
    แต่แม่เป็นที่ปรึกษาได้ป่ะ...แม่ขำ..รู้ตัวแล้วว่าปีหน้าต้องทำเองทั้งหมด
     
    "นวดให้แม่เป็นค่าที่ปรึกษาก็ได้น้า"....ไอ่ตูดหมึกเอ้ย...

     
    วันแม่ที่ผ่านมา...มีเรื่องเยอะแยะมากๆที่ต้องทำ เนื่องจากคุณทวดล้มขาหักเข้าโรงพยาบาล ลูกหลานก็ค่อนข้างเครียดกัน แม่ต้องวิ่งไปดูเตียง ถามราคาเตียงเพื่อที่เวลาพาคุณทวดกลับไปบ้าน คุณตาเล็กที่ดูแลจะได้สบายขึ้น  คุณตามาจากแพร่ลงไปสุราษฎร์ เพื่อไปดูแลคุณทวด ป่าป๊าก็ไปอเมริกา  แม่รู้สึกว่า  มีอะไรที่ต้องทำเยอะเลย  แบบบ้านหลังใหม่ก็หลงลืมไปแล้วว่าจะต้องเคลียร์แบบก่อนที่จะให้เขาเริ่มทำต่อ ต้องมาตามเอกสารเพื่อไปขอวีซ่าให้กับลูก แม่วิ่งไปทางนู้นที ทางนี้ที
    เช้าวันแม่  แม่อยากโทรไปหาคุณยายก่อนใคร แต่โทรไม่ติดเสียที ไม่เจอคุณยาย งานก็เริ่มประดังเข้ามา จนบ่ายคล้อยถึงได้โทรไปหาคุณยาย
    "ขอให้ตั้งใจเป็นแม่ที่ดี และมีสิ่งดีๆเหมือนที่ลูกอวยพรให้แม่" คุณยายตอบสั้นๆแล้ววางหู เพราะรู้ว่า วันนี้แม่มีงานมากมาย
    แม่น้ำตารื้น  ที่เหนื่อยกลับหายเหนื่อยไปทันที
    เสร็จงานบ้านแม่กลับมาทำซาวน์ให้ลูก  สักพักได้ยินเสียงตะโกนว่า แม่อย่าเพิ่งลงมานะ
    สักพักใหญ่  กลิ่นกาแฟก็ลอยเข้ามาแตะจมูก
    "ของว่างคร้าบ "เจ้าคนโต ยกเหยือกกาแฟใบเล็กมาพร้อมถ้วยกาแฟ
    เจ้าคนน้อง เอาแผ่นรองจานมารองหน้าโต๊ะคอม  กาแฟหอมๆกะแก้วใบเล็กวางตรงหน้า ก้นแก้วกาแฟมีลายมือเขียนติดกะสติกเกอร์ว่า"
     
    "รักแม่นะ"
     
    ป่าป๊าออนไลน์อยู่  เลยได้เห็นน้ำตาแม่อีกหน
    หลังเอาการ์ดวันแม่มาวางให้ สองหนุ่มก็ไปเอ็นจอยกะ video call กะป่าป๊า
    แม่ชิมกาแฟ...จืดสนิท
    สักพักก็เค็มๆ เพราะน้ำตามันไหลปนๆเข้าปากแม่ไปด้วย
     
    กินไปด้วยกันเลย...กาแฟจากหัวใจและน้ำตาจากหัวใจ
    อร่อยที่สุดแล้วที่แม่เคยกินมา
     

     
    งดลงรูปประกอบ เจ้าของสเปซ ขี้เกียจ
    ต่อมขยันอักเสบชั่วคราว....