Jang님의 프로필(¯`•¸·´¯)WHEN WE MAKE A ...사진블로그리스트기타 ![]() | 도움말 |
|
10월 10일 คิดแบบ...เขาคิด เรื่อง: ทำไมต้องฆ่า - แบบทดสอบทางจิตวิทยา เรื่องมีอยู่ว่า มีหญิงสาว 2 คนเป็นพี่น้องกัน ต่อมาแม่ของพวกเธอได้เสียชีวิตลง จึงได้จัดงานศพขึ้น และในงานศพนี้เอง คนพี่ ได้พบกับชายหนุ่มคนนึง ที่มาร่วมงานศพ และได้เกิดปิ๊งกัน ได้รักกัน คบหากัน.... ต่อมาอยู่ดี ๆ ชายหนุ่มได้หายไป ไม่ติดต่อมาหาเธออีก ...... ...... ...... ต่อมา หญิงสาวคนพี่ ได้ตัดสินใจลงมือ ฆ่า น้องสาวของตัวเอง.... .... .... .... คำถามมีอยู่ว่า ทำไมพี่สาวจึงต้องฆ่าน้องสาวของตัวเอง คำตอบที่แต่ละคนตอบ จะเป็นตัวบอกถึงภาวะทางจิตใจของแต่ละคนครับ เพื่อความสนุก และ ได้ผลที่ดี ขอให้ตอบก่อนที่จะดูเฉลยนะครับ ****************************** นี่เป็น Fw mail ที่ได้จากเพื่อนคนหนึ่ง อ่านปุ๊บ ตอบปั๊บ แล้วพอดูเฉลย ก็หัวร่อดังๆ...... | | v เอาเมาท์แดรกจากข้างล่างนี้ลงไป เธอได้เจอกับชายคนนั้น เพราะเขามางานศพแม่ของเธอ เธอจึงฆ่าน้องสาวตัวเอง เพื่อจะได้จัดงานศพอีกครั้ง..... .... แล้วหวังว่า เขาคนนั้น จะมางาน และ ได้เจอกันอีก.... สำหรับผู้ที่ตอบแบบอื่น ถือว่าท่านเป็นคนปกติ มีภาวะทางจิตปกติ แต่ท่านที่ตอบได้ตรงกับเฉลย อยากให้ท่านระวังตัวเอาไว้หน่อย เพราะแบบทดสอบนี้ได้ถูกนำไปให้นักโทษฆ่าคนตายในคุกทำ แทบทุกคนตอบแบบนี้กันหมด แล้วแทบจะตอบแบบทันทีทันด้วย นักโทษพวกนั้นก็เช่น หมอเหลิม.. ^ | | | มีใครตอบได้ตรงกะที่เฉลยมั่งครับ อยากรู้จัง บอกหน่อย >>>>>>แน๊..******************* มันตื้นไปหน่อย หากจะคิดว่าคนที่ตอบได้ ต้องเป็นตามนั้น เพราะ คนที่ต้องตามจับคนพวกนั้นให้ได้ ก็ต้องคิดให้เหมือน คนพวกนั้นเหมือนกัน " การงานบางอย่างจะให้สำเร็จได้ ต้องฉลาดที่จะเรียนรู้ที่จะคิด อย่างศัตรูคิด ถึงจะเข้าใจในสิ่งที่ศัตรูทำและจะทำ นั่นเท่ากับว่า ท่านได้ตัดอุปสรรคในหนทางออกไปได้อีกหนึ่งประการ" คำว่ารู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง....มันอมตะจริงๆ เอนทรี่นี้ไม่มีสาระอะไร...แม้กระทั่งทางการเมือง.... ปล. ถ้าผู้ทรงภูมิทั้งหลายถือแบบทดสอบนี้มาถาม ดิฉันจะตอบไปว่า "อ๋อ...สงสัยนังพี่สาวสติแตกมั้งคะ ถึงเชือดน้องสาว ประจานตัวเองให้ชาวบ้านดูซะงั้น..." 9월 16일 You're my destiny8월 25일 ขอบคุณที่มีฉันอยู่..ในความคิดคำนึงถ้าจะบอกว่าช่วงนี้ไม่ว่าง...ก็จะเป็นการบอก พูดซ้ำๆมาครั้งที่ ร้อยสี่สิบเจ็ดหน..มั้ง กับคำถามของคนที่รู้จักว่า...หายไปไหน ไม่ว่างค่ะ...ไม่ว่างแบบไม่เต็มใจ แต่จะเป็นอะไรช่างมันเหอะ...อีกไม่นาน เจ้าของสเปซก็จะไม่ว่างแบบ เต็มใจ ตามใจตัวเองเสียที... ............... มีเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้น และแตะต้องความรู้สึกส่วนที่อ่อนไหวหลายครั้ง แต่น่าประหลาดใจที่ หลายๆเรื่องราวเหล่านั้น กลับไม่ได้ทำให้ตัวเองถอยหนีเข้าไปในกำแพง เหมือนครั้งที่เคยเป็นมา น่าประหลาดใจที่ว่า การพยายามมองโลกแต่ในส่วนดีแบบเบือนหน้าหนีด้านมืดของจิตใจผู้คน เปลี่ยนเป็นการจ้องมองด้านมืดเหล่านั้น อย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร มันทำให้จิตใจบอบช้ำน้อยกว่า ...บางที มันอาจจะดีกว่า เดือนที่ผ่านมา เพื่อนๆที่สาธิตฯนัดแนะกันพาลูกไปทำบุญ สรุปกันที่มูลนิธิคนตาบอดแถวพญาไท "อะไรก็ได้ค่ะ KFC Pizza ก็ได้..." พี่คนที่โทรไปสอบถามรายละเอียด เล่าว่า คนรับโทรศัพท์บอกเช่นนั้น ฉันบอกพี่เขาไปว่า "แล้วแต่พี่เถอะค่ะ จัดอะไรก็ได้ ยินดีช่วยทำบุญด้วย.." ตอนนั้น ใจมันลอยไปถึงหมู่บ้านอาข่าบนดอย คิดถึงนิ้วป้อมๆเล็กๆ ที่มะรุมมะตุ้มหยิบขนมปังกรอบจากถุงในมือของฉัน ฉันไม่พูดอะไร..จนเพื่อนๆผ่านช่วงเวลาที่เขาเรียกว่า"ทำบุญ" ฉันบอกลูกว่า เราไม่ได้มาทำบุญ เรามาแบ่งปัน เรามาทำหน้าที่ของเพื่อนร่วมโลกที่สมควรทำ ฉันบอกลูกว่า อย่าลืมขอบคุณพวกเขาเหล่านี้ที่ทำให้เรามีโอกาสทำความดี ฉันบอกลูกว่า พวกเขาไม่น่าสงสาร ไม่น่าเวทนา ให้เรียนรู้ผ่านโลกของเขาว่า การไร้สัมผัสหนึ่งของร่างกาย เป็นเรื่องมหัศจรรย์ ที่พวกเขาเหล่านั้นอยู่บนโลกใบนี้ได้ โดยมีเครื่องมือที่น้อยกว่าเรา ก็แค่นั้นเอง ขนมที่เตรียมมาเกินกว่าความต้องการเพราะกลัวไม่พอ กลัวไม่อิ่ม แต่ที่นี่ มีอาหารกินดีๆทุกมื้อ จนทำให้บางคนเข้าใจในสิ่งที่ฉันเพียรบอก "เรารู้สึกว่ามีมากกว่า เพียงเพราะี่เขาไม่มีในบางสิ่งที่เรามีี แต่ไม่ได้หมายความว่า เขาไร้..ในทุกสิ่งทุกอย่างที่เรามี" พี่ๆเริ่มคิดว่าจะจัดการอย่างไรดี ฉันเริ่มพูด... ไปโรงพยาบาลทหารผ่านศึกกันไหม.. หลังคำอธิบายสักครู่ใหญ่ เราก็พากันเดินทางไปที่นั่น "ขอบคุณมากนะครับที่ยังคิดถึงพวกผม" คำพูดผ่านรอยยิ้มของทหารเก่าคนนึง ทำให้ใจหลายคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นสะเทือน ขนมราคาไม่กี่สิบบาท มันไม่อิ่มใจเท่า มาจากใครที่"คิดถึงกัน" ใช่สิ..ฉันบอกลูกเสมอว่า การให้ที่เกิดแต่ละครั้งมันเริ่มจาก การคิดถึง คิดถึงบางสิ่งบางอย่าง คิดถึงใครบางคน คิดถึงแล้วจะคิดได้ว่า เราจะบอกผ่านความคิดถึงเช่นไร ความคิดถึงของเราจะมีค่ามากขึ้น...หากคนที่เราคิดถึง..รู้คุณค่าของความคิดถึงและการให้ของเรา คุณค่าของการให้ในวันนั้น..มันไม่ได้อยู่ในความคิดคำนึงของทหารหาญเหล่านั้น แต่ฉันว่า เพื่อนๆที่ไป..คงรู้สึกได้ถึงคุณค่าของการให้...ในแบบที่มันควรจะเป็น...และควรจะเกิดในครั้งต่อๆไป ..................... "ขอบคุณมากนะที่ยังคิดถึงเรา" คำพูดที่บอกผ่านสาย ไปถึงเพื่อนรัก ในวันที่ย่ำแย่ คำพูดว่า ฉันคิดถึงเธอ ก็เพียงพอสำหรับเรี่ยวแรงของการเดินผ่านเวลาที่แย่ๆมาได้ "ขอบคุณมากนะสำหรับเมลที่ส่งมา" บอกตอบเพื่อนที่ห่างหายไปหลายเดือน วันที่รู้สึกว่ากำลังสับสนกับสิ่งที่ทำ ความคิดถึงของคนๆนึงก็สามารถทำให้เดินออกจากปัญหาได้อย่างไม่เดียวดาย แค่การดำรงอยู่ในความคิดคำนึงของใครบางคน...มันก็ทำให้ปิติได้ เวลาที่เดินผ่านไปทุกๆวินาที ฉันยังเชื่อว่า หลายต่อหลายคนยังมีฉันอยู่ในความคิดคำนึง..นั่นเพียงพอแล้วสำหรับเหตุผลของการมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ ...................................... ไม่ว่าง...แต่แม่ว่างเสมอสำหรับลูกของแม่ "แม่ครับพักนี้เราไม่ค่อยได้ทำอะไรเหมือนเดิมเลยเนาะ" "วาดรูปป่ะ" "เอาดิ่..คราวนี้เอาเฟรมใหญ่นะ แม่ให้ลงเองเลย" "อยากทำกะแม่อ่ะ" "ทำสามคนเลย..ทำให้เสร็จก่อนป่าป๊ะกลับบ้านนะ ดีไม๊?" แล้วก็อย่างที่เห็น...รูปนี้มีชื่อว่า "การปะทะกันของอารมณ์ที่เหมือน" ...โห่...ชื่อเท่เป็นบ้า 7월 15일 Who let the dogs out???? กรุณากดปุ่ม PLAY ก่อนอ่าน เพื่อให้ได้อรรถรสในการอ่านมากขึ้น บ้านใครเลี้ยงหมาบ้าง?? ตอนนี้มีปัญหากับหมาแถวบ้านค่ะ บ้านที่อยู่ปัจจุบันเป็นทาวส์เฮ้าส์ ซื้อมาตั้งแต่เริ่มเปิดโครงการ จนถึงตอนนี้ก็ยี่สิบปีได้แล้ว เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่กันเงียบๆและได้รับการดูแลจากเจ้าของโครงการ จนวันหนึ่งเมื่อขายบ้านหมดเจ้าของโครงการก็ยกการดูแลหมู่บ้านให้กับคนในหมู่บ้านจัดการบริหาร ดูแลกันเอง ผ่านไปหลายปี ถนนเส้นนี้เชื่อมต่อกับทางไปพระราม 7 ละแวกนี้เริ่มมีผู้คนย้ายมาอยู่ และเริ่มพลุกพล่าน มีเพื่อนบ้านหลายคน ย้ายออกไปซื้อบ้านแถวชานเมือง กรรมการบริหารก็แยกย้ายกระจัดกระจายกันออกไป แต่คนในหมู่บ้านก้พยายามรวมตัวกันจัดกิจกรรมและช่วยกันดูแลหมู่บ้านตามกำลังที่พอจะเสียสละมาช่วยได้ เรื่องที่เป็นปัญหามากที่สุดคือ บ้านที่เลี้ยงหมา หลายบ้านพยายามดูแลหมาที่ตัวเองเลี้ยงไม่ให้รบกวนบ้านอื่นที่ไม่เลี้ยงหรือไม่ชอบหมา เวลาพาหมาออกมาเดินก็จะเห็นเจ้าของหมาที่น่ารักเหล่านี้ ถือถุงกระดาษ ถุงพลาสติก เพื่อเก็บขี้หมาของตัวเอง แต่มันก็มีบางคนที่พาหมาออกมาเดินแล้วให้หมาถ่ายเรี่ยราดตามถนนหรือหน้าบ้านของคนอื่น หลายหนเข้าคนในหมู่บ้านก็ร่วมใจกันประนาม ทำให้คนรักหมาแต่ไม่รักขี้หมาของตัวเอง ใช้วิธีปล่อยหมาออกมาถ่ายเอง แล้วค่อยเรียกหมากลับไปเพื่อจะได้ไม่ปะทะกับเพื่อนบ้าน เซ็งไหม? ถ้าทุกเช้าตื่นมาแล้วเจอกับกองขี้หมาหน้าบ้าน แล้วจับไม่ได้ว่าหมาของใคร ปีกว่าๆที่มีปัญหา จนคนละแวกบ้านเลยร่วมด้วยช่วยกัน ตั้งกองสอดแนมหมาลึกลับที่มาทำเลอะเทอะหน้าบ้าน ในที่สุดก็จับได้ว่าเป็นหมาของใคร พวกเราเดินไปแจ้งเจ้าของหมาว่า หมาของเขามาทำเลอะเทอะหน้าบ้านเรา กลับได้รับคำตอบว่า “ถนนสาธารณะ หมามันจะขี้ตรงไหนก็ได้” “อ้าวพี่ พูดงี้ไม่ถูกนะ สาธารณะหมายถึงส่วนรวม แล้วก็ไม่ได้หมายความว่าใครจะใช้ยังไงตามใจก็ได้” “กูจ่ายภาษี กูก็เป็นเจ้าของถนน เป็นเจ้าของที่สาธารณะเหมือนกันโว้ย หมากูจะขี้ที่ไหนก็ได้” “ ถ้าคำว่าสาธารณะหมายความว่าพี่จะมาทำตามใจชอบได้ งั้น ลูกหนูมานั่งอึหน้าบ้านพี่ก็ไม่ผิดงั้นสิ” “ลูกเมิงเป็นหมาเหรอ เป็นคนก็ไปขี้ที่บ้านเมิงสิ”>>> จบประโยคนี้เกือบมีชก
จ่ายภาษีแล้ว....หมาอึในที่สาธารณะได้ คนอึไม่ได้ โห...อภิสิทธิ์ชน เอ้ย อภิสิทธิ์หมา จริงๆ!!!
เมื่อคุยแล้วดูท่าทางจะเป็นเรื่องมากกว่าจบเรื่องเลยกลับมาตั้งหลักกันใหม่ ใครอย่าคิดว่าเรื่องขี้ๆ แบบนี้เป็นเรื่องเล็กๆนะคะ จำได้เคยมีเรื่องที่เวปพันทิปมาหลายหนเพราะคนไปโพสถามเรื่องการปล่อยหมาออกมาถ่ายในที่สาธารณะกับคนรักหมาที่ห้องจตุจักร จนในที่สุดWM เลยตัดสินใจลบกระทู้ที่มาโพสถามเรื่องแบบนี้ที่ห้องนี้เพราะ จะก่อให้เกิดการทะเลาะกัน นัยว่าคนที่รักหมาแล้วเล่นห้องนั้น ไม่เคยปล่อยหมาออกไปทำความเดือดร้อนให้ชาวบ้านจึงไม่สมควรรับรู้รับเห็นกับการแสดงอารมณ์ของคนที่เดือดร้อนจากที่อื่นมา บางคนถึงกับขึ้นโรงขึ้นศาลเพราะขี้หมากองเดียว เหตุมันคงไม่เกิดหากคนที่เลี้ยงรู้จักรับผิดชอบและมีสำนึกต่อสังคมบ้าง ขี้หมาที่หมาตัวเองมาปล่อยไว้ในที่สาธารณะ มันสร้างความเดือดร้อน รำคาญและหมดภาพลักษณ์ที่สวยงามของสถานที่นั้นๆไป
เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาตื่นมาพบกองขี้หมาก้อนมหึมาตั้งเด่นเป็นสง่าหน้าบ้านพร้อมบั้นท้ายขนปุยวิ่งแน่บเข้าไปบ้านหลังที่มีปัญหา วีนสิคะ อารมณ์เสียแต่เช้า ว่าจะจิบกาแฟชมสิงโตพัดแดงที่เพิ่งออกดอก ต้องมากวาดขี้หมาเปียกๆ แล้วล้างหน้าบ้านขนานใหญ่ น้องชายเพิ่งกลับมาเมื่อคืน ได้ยินเสียงพี่บ่นเลยงัวเงียลุกมาถาม พอรู้ความก็ทำหน้าเซ็งๆ ก่อนย้ายร่างล่ำบึ๊กเหมือนหมีGrizzly แห่งไอดาโฮ ออกไปยืนหน้าระเบียงบ้าน และพูดดังๆ ว่า
“โทษหมามันทำไม หมามันออกมาขี้ก็ตามประสาหมา พี่แจงจะด่าต้องด่าเจ้าของหมา เลี้ยงหมาแล้วปล่อยออกมาสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน มันไม่ใช่สันดานคนแล้ว ไม่ต้องพูดให้เสียเวลา ถ้ามันปล่อยหมาออกมาผ่านหน้าบ้าน เราก็ส่องสักเปรี้ยงให้ตายห่...ไปเลย จะได้จบๆ ยิงหมาตายสักตัวจ่ายค่าปรับไม่เท่าไหร่หรอก ถูกกว่าจ้างยิงเจ้าของหมา”
สามวันแล้วเห็นหมาตัวนั้นโดนขังไว้ในบ้าน เมื่อเช้าได้จิบกาแฟ
และชมสิงโตพัดแดงดอกที่สองบาน โดยปราศจากกองขี้หมา.. ชื่นใจจริงๆ
6월 19일 กันดัมกับวันที่ว่างงานตอนนี้ว่างงานชั่วคราวค่ะ หลังจากตรากตรำกับงานทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องชาวบ้านมานาน ก็เลยขอหยุดพักสักอาทิตย์ สองอาทิตย์ แวะไปสเปซกระป๋องคุงมาเลยได้ไปงานกันดั้ม ที่ central world เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมานี้ งานเล็กๆแต่ประทับใจมากกับความพยายามแสดงออกถึงสิ่งที่ตัวเองชอบ ตัวเองรัก ในวิธีที่สวยงาม สำหรับเราแล้วมันเป็นงานที่ยิ่งใหญ่มาก งานหนึ่ง คราวที่ไปญี่ปุ่นปีก่อน นั่งชิงกันเซนเป็นชั่วมงไปนอนโตเกียวเพื่อจะไปมิวเซียมของบันได แต่มันปิดไปก่อนหน้าที่เราจะไปไม่นาน(งานนี้สาระมีหน้าแตกเล็กน้อย เพราะเตรียมทุกอย่างเอาใจลูกเมีย แต่ดันไม่เชคว่ามันยังมีอยู่หรือเปล่า...เป็นเรื่องฮาประจำบ้านเรื่องนึง..555) แค่ที่เขาเอามาโชว์ฝีมือการตกแต่งที่งาน ทำให้รู้สึกว่าในมิวเซียม....มันคงเจ๋งกว่านี้ ได้กลับมา เท่าที่แปะรูปให้ดูอ่ะค่ะ ตัวแรกของคุณแม่ ตัวที่เหลือของคนโต งานนี้ป๊ะป๋าไม่เป็นผู้อุปถัมภ์ ตัวโตเลยเทหน้าตัก หมดกระเป๋า สอยชุด สามก๊ก มาครอบครอง ด้วยเงินสะสมของตัวเอง ส่วนเจ้าคนเล็กไม่ค่อยนิยมกันดัมสักเท่าไหร่ สุดรักสุดดวงใจจะเป็นหุ่นชุด Bionicle ของlego กันด้ม เป็นเรื่องหนึ่งที่เราทั้งคู่ชอบเหมือนกัน หลังแต่งงานมาหลายปี ป่าป๊ะเพิ่งรู้ว่าภรรยาสุดที่รักแอบหลงรักกันดัม มากกว่าบาร์บี้ แต่มันก็ดีที่เรารู้ว่า หลายๆสิ่งที่เราชอบ มันตรงกับคนที่เรารัก เวลาของการปรับตัวให้คุ้นชินกับความชอบและรสนิยมของอีกฝ่าย ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นนัก .............. ตัวเล็กถูกสอนให้เก็บเงิน วินัยทางการเงินเป็นเรื่องสำคัญ และยิ่งในยุคนี้ เด็กๆจะได้ค่าขนมไปโรงเรียนเป็นรายอาทิตย์ และต้องจัดการกับเงินของตัวเอง โดยพ่อแม่จะไม่มาก้าวก่าย เรามีกฏว่า...ถ้าอยากได้ของเล่น หรือสิ่งใด ตัวเล็กต้องเก็บเงินได้ครึ่งหนึ่งของราคาของ ส่วนอีกครึ่งหนึ่งจะมาจากโบนัส การทำดี ซึ่งไม่บอกว่าจะได้ตอนไหนเมื่อไหร่ พ่อแม่จะพิจารณาจากการกระทำ และให้คะแนนเอง ....ยังมีเสียงแซวว่า...เหมือนคะแนนบัตรเครดิตเลยแม่...555 แต่นี่เป็นวิธีพื้นฐานที่ทำให้เขารู้คุณค่าของเงิน และข้าวของที่ซื้อมา พ่อกับแม่ก็ได้แต่หวังว่า เมื่อวันหนึ่งลูกถึงจุดที่ยากลำบากทางการเงิน หนูทั้งสองจะผ่านมันไปได้ จากวินัยที่สั่งสม และวิธีคิดในการใช้เงิน พ่อและแม่ ให้หนทางเพื่อหาความรู้มาหาเงิน แต่ขณะเดียวกัน ความยากลำบากแบบนี้ มันเป็นการติด"ปัญญา" เพื่อใช้ในการดำรงชีวิตของหนูด้วย ความรู้อย่างเดียว ไม่ทำให้เรารอด ................... คุณย่าเห็นPSP เครื่องใหม่ ก็ทำหน้าสงสัย "แจงซื้อเกมส์ให้ลูกเหรอ ลูก" "เปล่าค่ะ เขาซื้อเอง เงินเก็บเขาเอง เก็บมาตั้งสองปีแล้ว หนูเห็นโตพอแล้วเลยอนุญาติให้ซื้อเกมส์ได้" ย่าหัวเราะ "เครื่องเท่าไหร่ล่ะลูก" "7800 ค่ะ นี่ลงทุนหาข้อมูลในอินเตอร์เนตเองนะคะ ว่าราคาประมาณเท่าไหร่ สองวันนี่ก็เดินหาร้านกับป่าป๊ะเค้า ไปได้ที่มาบุญครอง" เจ้าตัวเล็กแทรกว่า "ที่เซนทรัลแพงมากเลยคุณย่า เกือบซื้อแล้วเชียว ป่าป๊ะกะแม่เตือนไว้ก่อน แต่พอดีมันเกินงบด้วยแหล่ะเลยไม่ซื้อ" "งบเท่าไหร่" "7500 ครับ" "เอ้า นี่ก็แพงกว่า300" "เพิ่ม300แล้วคุ้มครับ ได้กล่อง ได้กันรอย ได้เมมโมรี่4กิ๊ก ได้....."สาธยายด้วยความภูมิใจ ย่าหัวเราะ "แม๊..คิดเป็นเหมือนกันนะ" ............... เป็นเรื่องที่เล็กๆเนาะ ลูกบางคนอาจทำอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ แต่เรื่องเล็กๆเรื่องนี้ ยิ่งใหญ่สำหรับแม่ แม่แอบหวังเหลือเกินว่า สิ่งเล็กน้อยที่แม่ทำในวันนี้ มันจะกลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่สำหรับชีวิตลูกในวันข้างหน้า เหมือนหุ่นตัวเล็กๆที่เราซื้อมา ......................... นั่งต่อกันดัมตัวเดียว ห้าชั่วโมง ขนาดตัวเล็กๆนะ เจ้าลูกชาย แป๊บๆ ต่อเสร็จแระ แอบทำเก่าด้วยการถูคาร์บอน แต่มันดูเหมือนกันดัมคลุกฝุ่น เจ้าตัวเล็กอยากแจม..ขอมาช่วยทำเก่าให้แม่ เผลอแป๊บเดียว คุณเธอเอามีดขูด เกราะหุ้มแขนเป็นรอย เหมือนตกไปขูดกับพื้นซีเมนต์ยังไงยังงั้น อ๊ากกกกกกกกซซซซ "ไม่เก่าแบบนี้" "อ้าว เห็นแม่บอกมันไม่เก่า บลิ้งเลยทำรอย แม่เห็นป่ะ เหมือนไปรบมาเลย" 6월 12일 กลุ่มพันธมิตรเล่นบอลยูโร![]() เข้าใจว่าความต่างกันเรื่องความคิดเห็นมันเกิดขึ้นได้ แต่ไม่เข้าใจเหตุผลของการชุมนุมที่นั่น คำที่"สำราก"(แล้วมันจะเรียกคำได้ไหม..???) ว่าอีกฝ่ายจาบจ้วง หมิ่นฯ โกงกิน แบะๆๆๆ ขณะที่ตัวเองจ้วงจาบ หยาบคายและ ไม่โกง (มั่งหรือไงฟ่ะไอ่กวาง*..) แทรก*...ขอโทษค่ะ คำว่าควาย มีไว้ให้ชนชั้นศักดินาและพวกกู้ชาติใช้เวลาสื่อสารกับสาวก เป็นคำที่ ไพร่อย่างดิฉันไม่อาจเอื้อมใช้ด้วยได้ ให้ถือว่า ความหมายใกล้เคียง เทียบเท่า กวาง=ควาย เคยรู้จากคนเก่าๆแก่ๆ สมัยเมื่อยังเด็กว่า มีหลายหนที่เกิดกรณีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ทางสำนักราชวังและผู้ที่รับผิดชอบจะเข้าไปจัดการเองโดยเงียบ เพื่อไม่ให้ระคายเบื้องพระยุคลบาท และไม่ให้ข่าวแพร่ออกไปเพื่อเกิดการขยายวงกว้าง (เคยเล่นเกมส์บอกต่อๆกันแล้ว คงรู้ดี) เพิ่งมาประจักษ์แก่สายตา สองหู มาสมัยนี้ที่ กรณีหมิ่นฯ ถูกนำมาอ่านกลางผู้ชุมนุม ถูกนักการเมืองปัญญาอ่อน(ที่คิดอะไรเองไม่เป็นเอะอะก็ จะขอนายกพระราชทานอยู่เรื่อย) นำมาเป็นเกมทางการเมือง( เริ่มคิดเป็นแล้ว แต่คิดได้เลวไปหน่อยนะพ่อมาก) ใครจะคิดอะไรก็เชิญ สำหรับฉัน นรก 5 ตัวที่มัฆวานและสวะประชาธิปัตย์ จาบจ้วงตัวจริง อย่ามาบอกว่า ทำไปเพราะปกป้อง ทำไปเพราะชาติบ้านเมือง เก่งจริงทำไมไม่เล่นตามกติกา แล้วอย่ามาบอกว่าอีกฝ่ายเล่นนอกกติกาหรือตุกติก เพราะถ้าเก่งจริง ฉลาดจริง เล่นยังไงก็ชนะ ถ้า กวาง...ขนาดนี้ ยกประเทศให้ทักษิณไปเหอะ ********** ใครยังเชื่ออีกว่ากษัตริย์เป็นสมมุติเทพ เป็นเทพที่ทรงลงมาจากสวรรค์ เพื่อโปรดมนุษย์แบบเราๆ สมัยที่ เท้าของฝรั่งตาน้ำข้าวไปประทับบนดวงจันทรที่์ลอยแอ้งเม้งบนท้องฟ้าให้เรามองเห็น แต่สำหรับฉัน ในหลวงไม่ใช่เทพ ไม่ใช่ผู้วิเศษ เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา ที่.. "ทำทุกอย่างเกินมนุษย์ธรรมดา" ฉันรักพระองค์ท่าน มิใช่คำพร่ำสอนที่สั่งสมกันมา ไม่ใช่หน้าที่ของคนไทย แต่ัฉันรักพระองค์ท่าน ด้วยเหตุผลเดียวคือ พระองค์ท่านทรงเป็นผู้ให้ อย่างที่ไม่เคยหยุดพัก ไม่ว่าเสียงติฉินนินทาให้ร้ายต่อราชวงศ์เป็นเช่นไร ฉันกลับรู้สึกว่า ถ้าเป็นเรา ที่ต้องทิ้งความฝันของตัวเอง มาแบกสิ่งที่หนักหนา คือประเทศชาติ นี้ไว้ เสียสละทั้งความเป็นส่วนตัว ครอบครัว ทุกสิ่งทุกอย่าง มาเพียงเพื่อให้ชาติเป็นชาติ ฉันทำไม่ได้ แต่ ในหลวง ผู้วิเศษของฉัน ทำได้ .... ลูกๆทะเลาะกัน คนนึงจะให้พ่อตัดสิน คนนึงอยากให้พ่อเข้าข้าง ลองเป็นพ่อดูบ้างไหม ตอบไม่ตอบ มันสำคัญอย่างไร เพราะไม่ว่าถูกหรือผิด ลูกก็คือลูก ............. ชอบรูปนี้
6월 5일 ดิฉันเข้าข่าย..ขายชาติ... ด่าหลิง...แปลว่าDarling (จะเรียก พ่อกวางของฉัน My dear ก็เกรงจะเข้าข่ายก๊อปปี้ แปะ ของน้องกระป๋อง เขา ..ปล่อยให้แพทเป็นน้องกวางของพ่อกระป๋องไปอย่างนั้นแล้วกัน..อิิอิ) สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังนะจ๊ะ ความจริง..กะว่าจะมาทำ..ให้แปลกประหลาดใจ...(Surprise>>นั่นเอง) ในวันเกิด แต่ ครอบครัวน้อยๆที่น่ารักของเรา ต้องระเห็ดไปนอนเฝ้า้ลูกหมาน้อยที่โรงพยาบาล ทำให้ภริยาของคุณไม่สามารถประดิษฐ์ ความประหลาดใจ มาให้ทันวันเกิดได้.... ดีเหมือนกัน ไม่มีเค้ก ด่าหลิงก็จะได้ไม่อ้วนท้วนเป็นลูกขนุนอีกต่อไป.... ขอให้มีความสุขมากๆกับการที่มีเมียคนเดียว คนเดิมและลูกลิงสองหน่อ...เอ๊ะยังไง เอาว่า ห้ามมีความสุขโดยมิมีชั้นอยู่ เข้าใจ๊!!! ( ถ้าไม่เข้าใจ ลองนึกถึงแต้ม99เต็ม100 ของฉันที่ค่ายจปร.ที่ไปครั้งล่าสุดดู) ********************************* เดือนที่ผ่านๆมาเข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น ห่างเหินคอมพ์และเนทมาพอสมควร ชะแว้บๆเป็นบางเวลา ก็ไม่ทันอ่านสเปซ ไฮไฟว์ หรือ บลอคใดๆของเพื่อนฝูง เข้าไปสำรวจบอร์ดพันทิปมาวันนี้ อยากรู้ว่า รดน.จะมีความเห็นเช่นไรกับ เทพทั้ง 5 อะไร้..ไม่เท่ากระทู้นี้ http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P6671109/P6671109.html อ่านแล้วต้องทบทวนตัวเองอย่างหนัก ชั้น..เข้าข่ายขายชาติไปแล้วนะเนี่ย... ไม่ได้แล้วๆๆๆๆ พรุ่งนี้เห็นทีต้องเอาผ้าเหลือง โพกหัว เอาริบบิ้นขาวมาผูก เอาเสื้อแดง กะป้าย ไม่เอา คมช และออกไป๊..พันธมิตร ไปซ่อน เอาธูปเอาเทียน พวงมาลัย ร้อยลายคดกริช บิดสามเกลียวซ้อน ไปกราบ เทพทั้ง 5 ที่มัฆวาน ขอให้เทพทั้ง 5 ช่วยปัดเป่า ข้อหาขายชาติจะได้หลุดพ้นจากตัว แอบงอนอาจารย์สังคมนะเนี่ย.. แหม สอนหนูเรื่องประชาธิปไตยอะไรกัน อาจารย์สอนหนูผิดทั้งนั้น ที่หนูรู้ และเข้าใจมาโดยตลอดนี่มันไม่ใช่ประชาธิปไตย เนี๊ยะ ถ้าไม่ได้ ท่านศาสดา เทพทั้ง 5 มาโปรด หนูคงไม่มีทางรู้เลยนะว่า ประชาธิปไตยมันเป็นยังไง ...... ถึงเจ้ๆทั้งหลาย อิชั้นไม่ว่างไปชอปปิ้งด้วยนะในระยะนี้ มะรืนนี้หลังไปกราบขอขมาท่านเทพทั้ง 5 ที่มัฆวานแล้ว จะต้องไปปรึกษากับอาจารย์ที่โรงเรียนลูก ว่าจะต้องเรียนพิเศษอะไรเพิ่มเติมหรือเปล่า ลูกถึงจะได้เป็น นักวิชาการ กับเขา โตมาจะได้ไม่ห่วงว่า แม่พ่อเกิดชนชั้นไพร่ ลูกจะไม่ตกอับไปอยู่ระดับพวกไพร่ขายชาติ ลูกได้เป็นนักวิชาการ ก็จะได้ยกระดับจากไพร่ไปสู่สังคมชั้นสูง ให้คนนับหน้าถือตา อืม..เจ้ๆ อย่าให้ลูกกินเนื้อสัตว์มากนะเดี๋ยวไม่ฉลาด ต้องกินผักมากๆแบบท่านเทพจำลอง จะได้เฉลียวฉลาด ให้ดี เหมาปิ่นโตจากร้านท่านมาเลี้ยงลูกเลย จะได้อานิสงค์ผลบุญจากท่านเทพไปด้วย อ้อ..จะส่งลูกเรียนเมืองนอก ย้ำว่าที่อีตั้น ประเทศอังกฤษเท่านั้น...เรียนจบแล้วจะแถมปริญญา..ม.7 มาให้ด้วย อาทิตย์หน้า เจ้ๆว่างกันหรือเปล่า เพื่อนๆจะจัดม๊อปปิดถนนหน้าโรงเรียน ไล่อ.ใหญ่ออกฐานขึ้นค่าเทอม อ.เกื้อ อยู่มากี่สมัยแล้วไม่เห็นขึ้นค่าเทอม นี่อะไร้..เพิ่งมาไม่ทันไรขึ้นค่าเทอมซะแระ อย่างนี้เรียกว่า"บริหารไม่เป็น" ต้องจัดม๊ีอปไล่ออก อย่าโกรธกันนะตะเองที่ไปชอบปิ้งด้วยไม่ได้ หุ้นร่วงกราวรูดอาทิตย์ที่แล้ว อิชั้นหมดไปหลายอัฐ แถมเข้าข่ายขายชาติไปซะแบบนี้อีก คงต้องเจียมเนื้อเจียมตัวอยู่กับบ้าน ขอใช้หมองคิดหน่อยว่าจะยกระดับจากไพร่รากหญ้ามาเป็น พวกศักดินา ปัญญาชน กะเค้ายังไงดี... น่านะ ขอพรท่านเทพแล้วคงกินดีอยู่ดี อู้ฟู่เหมือนเดิม เดี๋ยวคงได้กลับไปชอปกระจายกับเจ้ๆทั้งหลายได้แล้ว ท่านเทพ ของแรง...ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะเจ้นะ... รักเจ้ๆ้เหมือนเดิม ซ้อ เล็กแห่งซอยออนป้า (หม่าม้า ซอยเสือใหญ่) ปล. อ.ดาฯ ขา.. ข้อความบรรทัดที่ว่าจะจัดม๊อป...ล้อเล่งๆๆ นะคร้า...ยังเทใจรักสาธิตเกษตร เหมือนเดิมค่ะ ขึ้นๆไปดีแล้วค่ะ หม่าม้าป่าป๊าทั้งหลาย จะได้ไม่ต้องจัดงบไปอุดหนุน งานประจำปีอีก..อุ้ย..ชั้นพูดอะไรออกไป.... 4월 3일 ค้าววว..ขาว
ว่ากันไปแล้วเทรนขาวใสยังไม่มีใครเบียดตกอันดับหนึ่งของความนิยมไปได้ในขณะนี้ ต่อให้เทรนโลกร้อนที่ว่าแรงๆก็เถอะ เรื่องความสวยความงามก็ยังเป็นเรื่องครองความสนใจของผู้คนอยู่ไม่มีวันหมดยุค จากแต่เดิมที่เป็นเรื่องของผูุ้้หญิง ตอนนี้เกาะเหนี่ยวเกี่ยวสมาชิกเพศชาย ทั้งชายแท้ ชายฮะ ชายนะฮ้า เข้าไปด้วย จากการได้เข้าไปเสวนากับน้องพนักงานในคลินิกแห่งหนึ่ง(เดี๋ยวจะบอกว่าเข้าไปทำไม) คอร์สที่เป็นที่นิยมอันดับต้นๆคือคอร์สทำหน้าใส สนนราคาเป็นหลักพันบาทขึ้นไป แต่ขายดิบขายดี จนอดปรารภกับสามีไม่ได้ว่า ทำไมไม่เรียนหมอผิวหนัง(วะ) ไม่งั้นป่านนี้ นอกจากภรรยาคุณจะได้สวยเสมอแบบไม่เปลืองตังค์แล้ว ยังจะได้เดินชอปปิ้งแบบไม่ต้องกังวล..ฮี่ๆๆๆ มีคน(ตัวดำๆ)เคยตัดพ้อว่า ทำไมสาวผิวขาวๆถึงมีคนชอบมากกว่าผิวสีอื่นๆ ได้แต่ปลอบใจน้องคนนั้นไปแบบคนตัวดำๆด้วยกัน ว่ามันธรรมดาโลก สีขาวเป็นสีที่แสดงถึงความสะอาด บริสุทธิ์ผุดผ่อง เป็นตัวแทนด้านดี ตรงข้ามกับสีดำที่อยู่ในด้านมืดโดยสิ้นเชิง เมื่อมนุษย์แรกเริ่มได้กำหนดกฏเกณฑ์ ร้อยค่าขนบแบบนิยมความขาวฝังใจผู้คนบนโลกนี้ไว้มานานหลายร้อยปีแล้ว ต่อให้ดอกบัวคู่จะโหมโฆษณา ดำแต่ดี ทุกๆเบรก ก็คงไม่สามารถเปลี่ยนค่านิยมเยี่ยงนี้ได้ในวันสองวันหรอก..(ที่สำคัญบริษัทขายไวท์เทนนิ่งก็คงไม่ปล่อยให้ตัวเขาเจ้งหรอกนะ ) การสู้รบระหว่างความขาวความดำคงยังอีกยาวไกล.... ด้วยเป็นคนที่ตัวดำ ที่ชอบแสงแดด ประกอบกับเพื่อนฝูงที่ผิวขาวๆมักจะค่อนข้างไปเป็นซับเซทกับกลุ่มเพื่อนเรื่องมาก เลยไม่ค่อยจะแฮปปี้ที่จะไปไหนต่อไหนด้วย และเพื่อนผิวคล้ำออกดำก็จะบ่นพร่ำเรื่องผิวดำๆขาวๆ เลยออกจะรำคาญเรื่อง ความขาวๆเป็นพิเศษ เวลาใครเอ่ยปากเชิงปรึกษาเรื่องความขาว จะรีบบอกไปว่า ไปหาเสริชหาอีเมล ไมเคิ้ล แจคสันในกูเกิ้ลป่ะ เจอแล้วเมลไปถามเฮียแก เวิร์คกว่าถามชั้น.. เอ้าเข้าเรื่อง... ที่จะเล่าก็คือเรื่องในคลินิกผิวหนัง+เสริมความงาม(ขอเหมารวมแล้วกันนะ) ตอนต้นปีไปฉลองปีใหม่แถวเพชรบูรณ์ หลังเดินสำรวจป่าแถวๆน้ำตกเล่นๆ กลับมาคงแพ้อะไรบางอย่าง มีอาการเป็นผื่นเม็ดเล็กๆขึ้นตามใบหน้า
ผิวที่แขน ขา หลังจากไปโรงพยาบาลผื่นที่แขน
ขาก็ลดอาการอักเสบลง เหลือรอยดำไว้ให้ดูต่างหน้า
ส่วนบริเวณใบหน้ามีอาการอักเสบซ้ำๆแล้วมีสิวเม็ดเล็กๆแย่งจับจองผิวหน้า เหมือนตอนจองที่สปก
4-01 สมัยนู้นนน เป็น...จนเวลาเลยล่วงโรงเรียนลูกจวนจะปิดเทอมอยู่แล้ว ..แต่ก็มิได้นำพา...(ขอเล่นกระแสนางทาสสักหน่อย..ฮา) วันนึงเจอคุณแม่ของเพื่อนลูกที่สาธิตฯ
พี่เธอก็ตระหนกตกใจว่าทำไมยัยนี่ปล่อยให้หน้าตาทุเรศทุรังแบบนี้
เลยให้คำแนะนำให้ไปหาหมอผิวหนังที่คลินิกแห่งหนึ่งในห้างแถวๆโรงเรียน พร้อมบัตรลด20% และย้ำว่า
หมอใจดีมากเลยเป็นเด็กสาธิตเกษตรเก่าด้วยนะ หลังรับบัตรมาร่วมเดือน
พี่เธอโทรมาตามจิกว่า..แกรีบไปก่อนบัตรหมดอายุ หมอใจดีตามคำบอกเล่า พอดูอาการก็แนะนำให้ลองรักษาสิว เม็ดผื่น และผิวที่อักเสบด้วยยาและการยิงIPL เมื่อฟังสรรพคุณพร้อมเน้นย้ำว่าใช้เวลาไม่นาน(เพราะทนอยู่นิ่งๆเกิน20นาทีไม่ได้ ด้วยอาการไฮเปอร์+ขี้รำคาญ) ก็ลองคอร์สที่รวมยาและIPL ด้วย(ถูก>>>งก) ก่อนยิงเลเซอร์ น้องผู้ช่วยเอาเจลเย็นๆมาพอกเต็มหน้า ส่วนตาปิดด้วยกอสกันแสง เปรี๊ยะแรกที่หมอคนสวยยิง ทำเอาสะดุ้งสุดตัว หมอรีบถามว่าเจ็บเหรอคะ พยักหน้า เจ็บค่ะเจ็บมาก เสียงหมอบอกว่า ลดลงอีกที่11 จากนั้นก็เปรี๊ยะที่สองกับอาการสะดุ้ง น้ำตาไหลพราก เสียงหมอเริ่มกังวล เดี๋ยวลดลงอีกหน่อยนะคะ จาก10เป็น 9 หมอบอกว่าลดเท่านี้ยิงไปก็ไม่ได้อะไร ทนอีกหน่อยนะ เชื่อป่ะสิบชอต คือยิงเลเซอร์สิบที เครียดกว่าตอนผ่าท้องคลอดเจ้าลูกชายอีก หลังจากนั้นหมอก็สันนิษฐานว่าคงเป็นเพราะเจลที่ไม่เย็นพอ ขอให้ลองใหม่คราวหน้า เพราะอยากให้รอยอักเสบมันยุบลง ชั่งใจอยู่นานก่อนจะ..ลองของ2 เอ้ย ไปลองเป็นครั้งที่สอง สิบชอตคราวนี้ก็เจ็บมรณะเหมือนเดิม พอเปรี๊ยะแรกยังสะดุ้งเหมือนเดิม น้องหมอคงกลัวเสียชื่อว่าทำแล้วไม่เวิร์คเลยกระหน่ำชอตที่เหลือแบบไม่รอถามอีกแล้ว..ฮา น้ำตาซึมสิคะ ถ้าอยากรู้ว่าเป็นไงลองเอาไม้ชอตยุงวางบนหน้าแล้วบรรจงกดให้ชอตหน้าดู ขอบอกว่าตอนทำเจ็บกว่าหลายเท่า หมอก็ปลอบปนขำบอกว่าพี่ๆคนอื่นยิง 60 ชอตเขายังเฉยๆกันเลยพี่ี่ี่ ก็ได้แต่บอกน้องหมอเธอไปว่า..พี่คงไม่ค่อยอดทนเองแหล่ะ เอาแค่ผื่นหาย แผลไม่อักเสบ จะขาวจะดำก็ช่างมันเหอะ ตอนรอรับยา เห็นเด็กสาวๆ หนุ่มๆหน้าใสๆมารอ อดสงสัยไม่ได้ว่ามาทำไมหน้าก็ใสกิ้กแบบนี้ ก็ได้คำตอบหลังเจือกกระโหลกถามไปว่า ก็ซื้อคอร์สแล้วไง ต้องมาเติมยาให้หน้าใสเรื่อยๆ พี่(ดีนะที่ไม่โดนเรียกป้า) ไม่เห็นเหรอ มีรอยดำอยู่เลย เธอบ่นว่า ยิงไปสองทีแล้วนะยังไม่จางเลย เครียดจะตายอยู่แล้วออกบ้านทีต้องโบ๊ะหน้าที ว่าแล้วเธอก็เอียงแก้มที่มีรอยนั้นให้ดู อูยแม่คุณ..รอยจางงงงขนาด นี้เขาเรียกดำแล้วเหรอ คิดว่าถ้าสิวขึ้นเม็ดนึงจะกล้าออกจากบ้านมีเนี๊ยะ ตอนรอก็หยิบราคาคอร์สต่างๆมาดู ไอ่คอร์สที่หนูทำอยู่นี่มันเกือบซื้อโน้ตบุคได้เลยนะเนี๊ยะ..รวยจริง หลังรับยา ออกมายังไม่พ้นประตู ได้ยินสาวน้อยนางหนึ่งที่ยืนโทรศัพท์อยู่หน้าร้าน “เดี๋ยวสิ้นเดือนให้ รอแม่กูโอนมาก่อนกูขาดอีกสองพันแหล่ะ คอร์สมันสี่พันกว่าๆ ยืมอีกพันเอาไว้กินข้าว....” หลังๆไม่ได้ยินแล้ว เดินมาไกลเกินไป จำได้ว่าก่อนเข้าไปทำทรีตเม้นท์ น้องสาวเข้ามาถามเรื่องราคาคอร์สหน้าใส ตังค์หมด
อดข้าว ขอให้ขาวเข้าไว้..
เฮ้ย เป็นไงได้ข่าวว่าถึงกับน้ำตาร่วงตอนยิงIPL เลยเหรอ พยักหน้า พร้อมยกมือไหว้ เฮ้ยไหว้ทำไม นับถือพี่ 10 ชอตเหมือนไปเดินฝ่ากับระเบิดแถวชายแดน พี่ทำซะ60 นับถือๆ เฮ้ยไม่เจ็บนะเว้ย ผิวมันจะขาวผ่องเชียวนะแก หนูรู้พี่ หน้าพี่พะยี่ห้อให้เขาแล้วไม่ต้องบอก ปล่อยให้หนูขี้เหร่แบบเดิมเหอะพี่ หนูถือคติ จะดำปิ้ดปี๋ ขอมีเงินเต็มบัญชีไว้ก่อน
นึกถึงตอนเขียนกลอนปลอบใจเพื่อนตัวดำเมื่อหลายสิบปีก่อน ใดๆในโลกล้วน อนิจจัง ดำๆในโลกล้วน อนิจจัง ตัวดำฝรั่งยัง สนได้ ยิงเลเซอร์ก็ยัง ขาวได้ ขาวแล้วไม่ระวัง เป็นน้อย อาเสี่ย ทำขาวไม่จีรัง สองหมื่น ละลายแฮ สูงต่ำดำไซร้ หาได้สำคัญ ขอแปลงสักหน่อย>>> อดสวยเก็บเงินไว้ ซื้อแมค ใช้เฮย
ปล.ถ้ามันใช้แล้วขาวแล้วใส ลงขันกันซื้อไปให้ทั่นผู้มีเกียรติในสภาใช้กันเหอะ จะได้ขาว ใสไม่ต้องงัดกระบวนยุทธมาซักฟอกให้เสียเวลาทำงาน ทาไวท์เทนนิ่งไป ทำงานไปสบายใจทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน เอ๊ะ!! โปร่งใส กับขาวใสมันใช้แทนกันได้ไม๊เนี๊ย
3월 18일 สะ-ตอ-(เบอรี่)สะ-ตอ-(เบอรี่) รักในหลวง เชื่อเราป่ะ เชื่อหน่อยดิ๊.. เชื่อหน่อย ทำไรให้ในหลวงตั้งเยอะ เดี๋ยวงาน... เดี๋ยวงาน.... เดี๋ยวงาน.... ตั้งหลายงาน ที่ตบท้ายด้วย เทิดไท้องค์ราชันย์ คนไหนไม่ทำ ไม่จงรักภักดีนาเฟร้ย.. สะ-ตอ สะ-ตอ สะ-ตอ สะ-ตอ บ่นเรื่อยเปื่อยค่ะ แอบหยิก กัด แทะโลม เอ้ย แทะเฉยๆ คนบางคน (แทะโลมเอาไว้ใช้กับชายหนุ่มหน้าตาดี กว่าสามี เท่านั้น) แค่เบื่อค่ะ มีคนเยอะแยะ มาชวนทำไรต่อมิอะไร.ให้ในหลวง หลายงานที่ร่วมด้วยช่วยกัน เพราะเห็นว่า...คนทำ ทำเงียบๆ หลายงานที่นิ่งซะ ด้วยเห็นว่า "ไม่อยากให้ หมาในปาก ออกมาไล่กัดผู้คน" ก็ยังมีคนเว้าวอน... จะบอกว่า ที่อิชั้นไม่ช่วย ไม่ใช่เพราะไม่ว่างแต่อย่างใด แค่...ไม่อยากช่วย และไม่เกี่ยวกับจะจงรักภักดีหรือไม่ เข้าใจไม๊เนียะ เอาชัดๆ ฉันไม่อยากร่วมสังฆกรรม คริสตกรรม เทวกรรม หรือ มีกรรม ร่วมกับหล่อน ชัดมะ แปลกใจ..เฉยๆ แปลกใจแบบส่วนตัว อะไรต่อมิอะไรที่ตั้งใจทำให้ในหลวง เอาแบบเงียบๆไม่ได้หรือไง ค่าพิมพ์เอกสาร ค่าสปอตโฆษณา ใบปลิว ค่านู่นนี่นั่น เอาเงินพวกนี้ ไปให้ในหลวง หรือมูลนิธิของท่านเลยดีไหม ไม่อยากด่าเลยนะ บางโครงการ ไปเป็นเหลือบริ้นไร เอาค่าใช้จ่ายพวกนี้ จากส่วนราชการ ซึ่งมีอยู่น้อยนิดอยู่แล้ว แล้วแหล๋นแปร๋นเอาหน้า อย่าคิดว่า ไม่มีคนรู้ทัน ที่แสบไปกว่านั้น คนไม่ร่วมมือ จะโดนหางเลขว่า ไม่ภักดี ไม่รักในหลวง .................. ไม่เป็นไร้.... อิชั้นเป็นประเภท รักนะ แต่ไม่แสดงออก แสดงออกแบบโอเวอร์ๆ เยี่ยงนั้้น ทำแล้วกลัวเสนียด จัญไร ขึ้น .............. คำคมวันนี้.... รักพระเจ้าอยู่หัว อย่ามัว...สะ-ตอ-เบอ-รี่ สเปซไร้สาระนะคะ มาทักทายได้ แต่อย่าเก็บไปหนักหัว เดี๋ยวเตรียมพบกับเวอร์ชั่น ว่างงาน จะอัพให้อ่านไม่ทันเลยสิเอ้า... 2월 20일 วาดภาพ...เพิ่งเสร็จงานเปิดตัวที่เรียนวาดรูปของเครือข่ายวิทย์สานศิลป์ใหม่ ที่The Third Place ทองหล่อซอย 10 จากที่ทำงานเบื้องหลัง กะว่า กะว่า จะทำแค่ art work และเวปอย่างเดียว เลยกลายเป็น เหมาหมด เดินสายแจกเอกสารประชาสัมพันธ์ นั่งจิ้มดีดส่งเมลหาสื่อทั่วไปหมดเท่าที่จะนึกขึ้นได้ ไปกลับๆรัชดา-ทองหล่อ เพื่อเตรียมสถานที่ งานต่อไป อบรมการวาดรูปแนว Botanical Illustration กับดอกกล้วยไม้ เป็นเดือนที่อยากพักมากที่สุด แต่งานก็เข้ามาไม่หยุด บนรถไฟฟ้ากับเพื่อนรัก.. Syd อยากหยุดสักวันไม๊ อยากนัดกันออกไปเดินดูตึกรามบ้านช่อง จิบชา กาแฟในร้านสวยๆ คิดสิ อยากมีสักวันที่ไม่คิดเรื่องอะไรเลย เดินดูของ หาหนังสืออ่าน ไปร้านนู้นออกร้านนี้ เงียบ...ถอนหายใจ แอบมองผู้คนบนรถไฟฟ้า คงจะมีใครสักคนบนรถคันนี้ ที่เวลาบนนั้น ขณะนั้น เป็นเวลาเดียวที่ได้หยุดพัก... และแอบหวัง... เวลาทีคนเราต้องเผชิญหน้ากับการเลือกจะทำร้ายคนอื่น หรือทำร้ายตัวเอง เรามักจะเลือกได้อย่างไม่ลังเลกับข้อแรก หากคนๆนั้นไม่ใช่เป็นคนที่เรารัก และมันง่ายดายสำหรับฉัน ที่จะเลือกทำร้ายตัวเอง ในแบบที่คุณบอก เพียงแต่ สิ่งที่คุณเรียกกันว่า ทำร้ายตัวเอง นั้น ฉันกลับเรียกว่า เลือกในสิ่งดี มีใครบางคนบอกว่า คนดี กับคนโง่ มันแทบแยกกันไม่ออก แค่คนที่มองคือใคร ก็เท่านั้น หากว่าวันนี้ฉันเป็นคนโง่ในสายตาของคนบางคน ฉันก็ไม่เสียใจ เพราะในสายตาของคนที่รักฉัน ฉัันยังเป็นคนที่ดี และแสนดี สำหรับพวกเขาเสมอ แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับการถูกทำร้าย การที่เดินออกไปบอกโลกได้ทุกๆวันว่า ฉันเป็นคนดี มันคุ้มค่าไม่ใช่หรือ ฉันเหนื่อย แต่ยังมีความรักโอบกอดไว้และสามารถล้มตัวนอนลงได้โดยมีความดีงามเฝ้ามอง " เฮ้ย ว่างไม๊วะ จ้างหมื่นนึงดิ่ แกช่วยมาดูร้านให้หน่อย" "ร้านอะไร " "เพิ่งไปเซ้งร้านแถวสาธร ใกล้บ้าน....(ภรรยา=เมียมันนั่นแหล่ะ "เออ ว่างๆเดี๋ยวเข้าไปดูให้" "พฤหัสนี้ ว่าจะเอาลูกน้องไปล้างตึกเตรียมสถานที่ แกแวะเข้ามาดูได้ป่าววะ" "เอาดิ่ ส่งแผนที่มาแล้วกัน" "แม่คร้าบ วันพฤหัส เรามาปั้นหุ่นกระดาษกันไม๊" "ตอนเย็นเหรอลูก" "ไม่ใช่ ตอนเช้าสิแม่" "อ้าว หนูต้องไปโรงเรียน จะปั้นได้ยังไง" "โรงเรียนหยุดแม่ แม่สัญญาว่าจะทำวันหยุด" อ้าว...กรำ... แล้ววันนี้มันเป็นวันอะไรแล้วนี่!!!! โดดงานมาอัพสเปซ ปล.สำหรับคุณรัฐ ขอบคุณที่แวะมาทุกครั้งที่อัพ อยากคุ้ยอยากคุย พักนี้การเมืองยิ่งเมามันส์ 5555 2월 3일 เหตุที่ข้าพเจ้าหายไป![]() เหตุที่หายไปค่ะ ขอโทษคนที่เข้ามาชมและเมลหาแจงทุกคนนะคะ ตอนนี้ไปทำเวปนี้อยู่ โคด-สะ-นา ซักหน่อย..แหะๆๆ www.sciartnetwork.net ขอบคุณที่แวะมาอย่างสม่ำเสมอ และขอโทษที่ไม่ได้แวะไปหาใครเลยค่ะ.. เสร็จงานแล้วจะมีเรื่องมาเมาท์เอ้ย..เล่าเหมือนเดิม 12월 21일 เรื่องของงานความจริงแล้วเดือนนี้
น่าจะเป็นเดือนที่สเปซนี้ควรมีรูปแบบใหม่ที่สวยงามเพื่อรับเทศกาลดีๆหลายอย่างที่จะเกิดขึ้น บังเอิญว่าเจ้าของสเปซกำลังอยู่ในโหมด..เหนื่อย.. ในระดับมากที่สุด เลยไม่อาจเจียดสมองมาครีเอทสเปซให้สวยงามได้..ฮา เลยมาขออัพสเปซ เพื่อบอกกับทุกคนที่ไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบทางเมลมา..ว่า..ข้าพเจ้ายังมีชีวิตอยู่ดีสมควรตามอัตภาพ..ค่ะ
มีเรื่องที่อยากเขียนมากมาย บางเรื่องยัง..ไม่มีเวลาแม้แต่จะลงในสมุดบันทึก
คนที่สนิทสนมบางคนเตือนแนมแดกดันว่า ...เวลาแกทำอะไรก็ติสต์ให้มันน้อยๆหน่อยสิ..ยอมรับการกระทำเยี่ยงชาวบ้านธรรมดาเขาทำกันบ้าง..งานจะได้เสร็จเร็วๆ..อ่า..
เป็นคำพูดที่ทำให้ต้องเสียเวลาและเสียพื้นที่สมองส่วนหนึ่งไปนั่ง
นอน ขบคิดว่า เราทำอะไรแปลกกว่าชาวบ้านเขามากหรือไง ก็กลับไปเถียงเขาอีกแหละว่า..ที่เสียเวลากับงานแต่ละชิ้นไม่ใช่เราติสต์จัด(เกลียดคำนี้มากเลย..ติสต์..หมายความว่าไงวะ..) เพียงแต่เราใส่ใจและปราณีตกับทุกๆงานที่ผ่านมือ ก็เท่านั้น
ความจริงแล้วเป็นคนทำงานเร็วมาก
แต่ไม่เคยชุ่ยกับงานที่รับผิดชอบ คนที่ทำงานด้วยกันบางคนจะรู้อารมณ์ว่าถ้ามันไม่ได้ดังใจแล้ว
นังนี่มันจะไม่มีวันเลิกรา
ต่อให้เป็นงานที่ไม่ได้ตังค์ก็เหอะ..ฮา
(แต่แล้วก็พลาดไปสองงาน
ของขวัญวันเกิดเพื่อนรักสองคนที่ผ่านมา มัวแต่create ของที่จะให้..ลืมcreateห่อ..ไม่perfectเลยเห็นมะ.ที่เศร้าใจคือ เพื่อนห่อของขวัญให้เรางามมาก..และมันใช่เลยแหละ..Pop
ตกลงแจงเอาไปใส่jeweryแทนนะ ถ้ามีชามคอนเฟล็กเป็นHandcraft
จาก Italy มันจะทำให้ข้าพเจ้าดูไฮโซไปหน่อย..อิอิ)
แม่..ไบท์เหนื่อย เหตุการณ์หลังจากนั้นขอไม่เล่านะคะเพราะยืดยาวมาก..สรุปแล้ว เดือนนี้ทั้งเดือนมีกิจกรรมที่ลูกต้องทำมากมายจนเขาเหนื่อยจริงๆ ตอนนี้คงมีคำถามว่า บังคับเรียน บังคับทำกิจกรรมหรือเปล่า...คนที่รู้จักเราจะรู้ทันทีเลยว่า..ไม่ใช่ ทุกกิจกรรม..ลูกเลือกเอง..แต่ที่เป็นปัญหาคือ..ลูกให้รายละเอียดกับทุกกิจกรรมเต็มที่...เพราะเคยบอกเขาและบอกเสมอว่า..แม่กับพ่อไม่เคยอยากรู้ว่าลูกทำได้ดีแค่ไหน เราอยากรู้แค่ว่า..ลูกทำเต็มที่หรือยัง หากคำตอบคือ..หนูทำเต็มที่กับมันแล้ว..ผลมันจะออกมาเป็นแบบไหนเรายอมรับมันได้ทุกทาง เพิ่งบอกน้องสาวสเปซคนนึงไปไม่นานนี้
ว่าเรามีสามข้อที่ยึดเป็นหลักในการทำงาน หนึ่งคือทำในสิ่งที่ถูกต้อง...เพื่อที่เราจะไม่ละอายใจในสิ่งที่ทำ สอง
ทำให้เต็มที่ในสิ่งที่ทำ...เพื่อที่เราจะได้รู้ถึงศักยภาพและความสามารถที่แท้จริงของตัวเอง สามคือ เชื่อมั่นและศรัทธากับสิ่งที่ทำอยู่ ...เพื่อเป็นกำลังใจกับตัวเองเวลาเจอปัญหาหรืออุปสรรคต่างๆ และเชื่อมั่นมาตลอดว่า ผลตอบแทนกลับมันจะคุ้มค่าเสมอ ต่อให้ออกมาไม่สวยงามหรือPerfect อย่างที่คาดไว้ แต่เราก็จะมองเห็นหนทางต่อๆไปจากประสบการณ์ที่เราผ่านมันมา... ลูกสองคนก็เป็นแบบนี้..มีคำหนึ่งที่บอกลูกไปในวันนั้น “ปัญหาที่ลูกเจอวันนี้ มันจะเป็นเรื่องขี้ประติ๋วสำหรับวันพรุ่งนี้...ถ้าลูกไม่ยอมแพ้มัน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราอย่ายอมแพ้ ปัญหา อย่าอยู่กับมันนาน” หลังจากกลับจากเข้าค่ายพักแรมลูกเสือที่สัตหีบ
ลูกชายสองคนกลับมาพร้อมเรื่องเล่ามากมาย จนพ่อกับแม่อยากให้มีหูเพิ่มอีกคนละสองคู่เพื่อที่จะฟังเรื่องเหล่านั้นทัน.. อีกสองวันต่อจากนี้ไป..ทั้งคู่ต้องลงแข่งรักบี้ในงานรักบี้ประจำปีของโรงเรียน ..ตอนยืนดูลูกแข่งข้างสนาม พยายามคิดคำพูดที่จะบอกลูกหลังจากงานแข่งเสร็จ..เสียงสามีก็ยังดังก้องในหู “จะเหมือนใครล่ะ
เวลาคุณทำงาน คุณก็ทำงานแบบนี้แหละ
บางทีต้องเรียนรู้ว่า เรามีความสามารถแต่ร่างกายมันไม่..” เจ้าลูกชายยืนกรานที่จะลงแข่งในสภาพที่ไข้เพิ่งลดจาก39 มาเป็น37.5 ท่ามกลางแดดเปรี้ยงกลางสนาม แววตาที่เต็มไปด้วยความปิติยินดี ที่แม้วางไทร์ให้เพื่อนได้ลูกเดียวในการแข่ง แต่ทีมก็ทำได้ดีมากในสองวันของการแข่งขัน ที่ดีที่สุดคือชนะวชิราวุธ ได้ ความยินดี ที่กระโดดโลดเต้นบนความห่วงใย ของแม่ ป๊า อาจารย์และลุงๆ ป้าๆ ข้างสนามอีกนับสิบคน
“บางที..คำว่าเต็มที่ของเรา..ลูกควรจะเผื่อสำหรับปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ด้วย อย่างเช่นบางครั้งในทีมอาจมีบางคนที่อาจทำได้ไม่เต็มที่ หรือ เราอาจจะป่วย ถ้าเราฝืนมันจะได้ไม่คุ้มเสีย....บลาๆๆๆๆ” พูดไปเช็ดตัวลูกไป...เหลือบไปเห็นรอยยิ้มเล็กๆที่มุมปากของสามี บางที...การยอมรับว่า แพ้..บ้าง มันก็ไม่เสียหายอะไรนี่เนาะ..ป๊าเนาะ...
*********************
เห็นโนตเพลงใหม่ของเจ้าตัวเล็กแล้วตกใจ หันกลับมามองลูก สายตาคู่นั้นจ้องตรงแหนวไปยังแผ่นกระดาษที่มีตัวโนตยึกยือ ลายพร้อยเต็มแผ่น อาการกอดอก นั่งนิ่ง พร้อมเม้มริมฝีปากจนเป็นเส้นตรง ก็อดจะถามลูกไม่ได้ว่า “ยากไหมครับ” เจ้าตัวเล็กไม่ละสายตาจากแผ่นกระดาษ “วันพรุ่งนี้ มันก็จะเป็นเรื่องขี้ประติ๋วสำหรับเราแล้วใช่ไหมแม่่” คำตอบที่ได้มาพร้อมสายตาและรอยยิ้มที่ยียวน ก็อดไม่ได้ที่จะเคาะหัวเหม่งเจ้าลูกชายไปหนึ่งทีก่อนจะกอดกันกลมเกลียว เหมือนทุกๆวัน อีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา..ตัวโนตเหล่านั้นก็ดังกังวานไปทั่วบ้าน ฉันเปิดคอมพิวเตอร์ทำงานต่อ พร้อมกับตะโกนลงไปข้างล่าง “บลิ้งค์คร้าบ...เล่นเพลงนี้ให้แม่หน่อย..แม่อยากฟัง” “คร้าบ..เพลงอะไรแม่” Not so hard
นิดนึง... ตอนกระแสเสื้อเหลืองบูมใหม่ๆ เคยอัพบลอคเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปครั้งนึงแล้ว แล้วมีมาแดกดันประปรายเกี่ยวกับ เทรนการโหนกระแสของคนไทย จำได้แม่นยำว่า เคยโดนด่าว่าไม่รักในหลวงเพราะบอกใครต่อใครว่า ไม่ชอบสีเหลือง ทุกวันจันทร์จะใส่สีขาวและwrist band เรารักในหลวงแทน แต่ในวันสำคัญของพระองค์ท่าน ฉันยินดีใส่สีที่ฉันไม่ชอบเพื่อที่จะบอกต่อโลกว่า คนไทยรักในหลวงมาก เหมือนที่คนอื่นๆทำกัน จำได้ว่าเคยบอกเพื่อนไปว่า แกไปหาเสื้อสีรุ้งเตรียมไว้เลย อีกหน่อยท่านทรงสีอื่นๆแกจะได้ไม่ต้องหาเสื้อใส่ตามกระแสให้เหนื่อย...สามเดือนให้หลัง ในหลวงทรงพระภูษาสีชมพู...สีเขียวในสองวันถัดมา...และสี..และสี... ขอหัวเราะหน่อยเหอะ.....หัวเราะไงดี...อยากให้มันดัง ดังงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง อีกเรื่อง...ใกล้ถึงวันเลือกตั้งแล้ว มีคนถามมากเลยว่าเชียร์ใคร จะโหวตให้ใคร..ล่าสุดได้รับโทรศัพท์จากสวนดุสิตโพล...เลือกสส.แบบสัดส่วนเบอร์ไหนครับ..สามี ไม่บอกครับ...แล้วแบบแบ่งเขตล่ะครับ...ไม่บอกครับ..เอ่อ..ขอบคุณครับ ไม่บอกค่ะ..กำลังตัดสินใจอยู่ว่า จะเลือกให้ฝ่ายที่ไม่ชอบนโยบาย ได้เสียงไปเพื่อเป็นรัฐบาลให้มันบริหาร จะได้รู้ว่า ดีแต่พูด จริงๆอย่างที่เคยเป็นๆมา...จะได้ตายสนิทๆ หรือเลือกพรรคในดวงใจ ..ต่อให้รู้ว่าท้ายที่สุดอาจจะไม่ได้เป็นรัฐบาลก็เหอะ.. เหตุผลและมาตรฐานในการเลือกของแต่ละคนมันจะแตกต่างกันไป..สิ่งที่สำคัญที่สุดมันไม่ได้อยู่ที่ว่าเหตุผลของใคร ดีกว่าของใคร แต่สำคัญตรงที่เมื่อเหตุผลหนึ่งถูกเลือกด้วยความคิดว่าดีแล้วสำหรับคนคนนึงและถูกเลือกแล้วโดยคนส่วนใหญ่ เราจะต้องเปิดใจให้กว้าง เปิดสายตาให้ไกลเพื่อที่จะเรียนรู้การมีชีวิตอยู่ บนเหตุผลอีกแบบ เรียนรู้ที่จะเข้าใจอีกฝ่ายที่เห็นแตกต่างจากเรา เคารพซึ่งกันและกันในฐานะเป็นพี่น้องร่วมชาติ เป็นเพื่อนร่วมโลกเหมือนๆกัน พอทีเหอะ..คุณธรรม..คุณ..หนะ ทำ (ผมไม่ทำ)... ช่วยๆกันทำ ประเทศชาติจะได้เลิกวุ่นวายเสียที
ปล.หวังว่าอีกฎหมายเก็บค่าธรรมเนียมทำบัตรปชช 500 บาทมันจะไม่เป็นจริง...โห..น้ามีแย่แน่เลย ลูกห้าคน แกเก็บขยะได้วันนึงแค่ร้อยกว่าบาท ค่ากับข้าวแต่ละวันก็จะไม่พอแล้ว จะโดนส่งไปอยู่แถวตะเข็บชายแดนไหมเนี๊ยะ... สาบานได้ไหมว่าตอนออกกฎหมายไม่ได้ใช้ก้นกบคิด.. 9월 7일 ดอกเอ๋ยเจ้าดอกขจร
ดอกขจร
หลายเดือนก่อนไปเดินสวนหลวงร.9 ได้ต้นดอกขจร สูงสักเกือบเมตร มาสองต้น หมายมั่นปั้นมือว่าจะเอามาเลี้ยงเก็บดอกอ่อนกิน ต้นหนึ่งคุณยายขอไปลงไว้ที่ไร่ ต้นที่เหลือก็ต้องอยู่เดี่ยวในกระถาง เพราะเหตุว่า บ้านที่กรุงเทพฯมันคับแคบและไม่มีพื้นดินจะให้ต้นไม้ได้เสรี กับการเติบโต ดอกไม้ ต้นไม้ที่เลี้ยงก็จำต้องอยู่ในกระถาง จะใหญ่บ้างเล็กบ้างก็แล้วแต่ชนิด แต่พันธุ์ เจ้าต้นขจรนี่ก็เหมือนกัน แรกๆใบก็แตก กิ่งก้านพันยืดกับไม้ค้ำที่ปักให้ยึดไว้ ไม่นานมันก็เริ่มจะแกร็น ไม่มีดอกให้ชมสักครั้งเดียวตั้งแต่ซื้อมา ไม่ว่าจะเปลี่ยนดิน อัดปุ๋ย หรือประคบประหงมอย่างไรก็ตาม ต่างกับอีกต้นที่บ้านไร่ เมื่อคราวกลับแพร่ เห็นดอกแก่สีเหลืองบานพราวเต็มต้น ถามแม่บ้านว่าทำไมไม่เด็ดมาทำอาหาร แม่บ้านบอกว่า กินไม่ทันแล้ว เลยปล่อยให้มันแก่ ก็ได้แต่มองตาละห้อยว่า นี่ถ้าเป็นบ้านกรุงเทพฯคงจะดี เมนูขึ้นโต๊ะคงจะมีเจ้าดอกขจรขึ้นไปทำให้ลูกลิงน้อยๆเจริญอาหารได้มากขึ้น เดือนที่ผ่านมาต้นขจรที่บ้านก็ออกดอกมาให้ชม ครั้นจะเด็ดมาทำอาหารก็น้อยเกินไป เลยตัดใจปล่อยให้บานดอกคาต้นอย่างนั้นจนโรย
ฝนจะผ่านอีกไม่กี่เดือนแล้ว ดอกขจร ผักหวาน ก็ยังมีขายในราคาถูกที่ตลาด อังคารที่ผ่านมาก็ไปหิ้วขจรดอกอ่อนเต็มถุงราคาแค่ 20 บาทจากตลาดนัดในเกษตรมาทำอาหาร เนื่องจากมันเยอะมาก เลยต้องนั่งคิดเมนูสำหรับดอกขจรไว้หลายมื้อ
ผัดน้ำมัน แกงจืด แกงส้ม ชุบแป้งทอด ไข่ตุ๋น ลวกแนมน้ำพริก ยำแซ่บๆ อืม..ได้หลายเมนูแล้ว
เมื่อวานนี้ หมาน้อยขอเข้าครัวเป็นลูกมือ (พักนี้ขอทำอาหารทุกวัน คงรู้ว่าเวลาแม่ไปจะได้ไม่อดอยาก ดีมากลูก) เลยให้ลองทำแกงจืดดอกจขร สอนทั้งวิธีล้าง วิธีเด็ด วิธีปรุง กลเม็ดเคล็ดลับเล็กน้อย แต่ไม่รู้เจ้าลิงน้อยสองตัวนี่จะจำหมดหรือเปล่า
ดอกขจรทำได้หลายอย่างเลยนะแม่ ใช่ลูก แล้วแต่คนทำอาหารว่าจะคิดเมนูอะไรออกมาได้อีก แม่จะลองทำเค้กดอกขจรป่ะครับ ไม่แน่นะ (นึกถึงเค้กปลาช่อนมาตะหงิดๆ)
************
เพิ่งผ่านงานประชุมศิษย์-ลูก (ทำไมไม่เป็น วันขอพบผู้ปกครองเลยไม่รู้สินะ) ห้าปีแล้วที่ไปร่วมประชุม เลยไม่ค่อยตื่นเต้นเหมือนปีแรกๆ อีกทั้งการปรับตัวของลูกก็ดีขึ้นตามวัย ปัญหาต่างๆที่ต้องพูดคุยก็ลดน้อยลง ที่สำคัญ...มันพ้นจุดที่ต้องมานั่งอธิบายลูกแล้วว่า ทำไมแม่ถึงคิดอะไรไม่เหมือนชาวบ้าน
สิบปีที่ยังเป็นแม่อย่างที่เคยเป็น เคยตั้งใจ
บอกได้เลยว่าวันนี้ภูมิใจ
ลูกของแม่ไม่ได้เรียนเก่ง ไม่ได้เป็นคนเด่น คนดัง ไม่มีชื่อเสียงอะไรเยอะแยะมากมาย
แต่...เรามีความสุข ลูกมีความสุข แม่มีความสุข ....ฉันมั่นใจ
ทุกๆความผิดพลาด จะทำให้เขาเติบโตไปพร้อมๆกับที่รู้ว่า เขามีพ่อและแม่คอยสนับสนุนให้เขาลุกขึ้นอีกครั้ง
ทุกๆคำสบประมาท เขาจะเรียนรู้ผู้คนและการปรับตัวไปพร้อมๆกับที่รู้ว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกนี้
และทุกๆก้าวของเขาทั้งสอง เขาได้สิทธ์เสรีในการเลือกการเดิน ไปพร้อมๆกับความสุขและความรักของคนในครอบครัว
ฉันไม่สนใจว่าลูกจะเติบโตมา ประกอบอาชีพอะไร ทำเงินเท่าไหร่ จะยิ่งใหญ่แค่ไหนบนโลก
ขอเพียง ทุกสิ่งที่ผ่านมือเขาวันนี้จะสอนให้เขามีความสุขกับโลกได้ทุกวัน หรือแม้แต่เวลาที่มีทุกข์อยู่ในมือเขาก็จะสามารถมีความสุขกับความทุกข์นั้นๆได้
แค่นี้แหล่ะ ที่ทำให้ไม่เคยสนใจว่า ในที่ประชุมจะเสนอ จะพัฒนาการเรียนการสอนอะไร
ต้องเอาลูกไปเรียนพิเศษไหม
ต้องกวดวิชานี้เพิ่มไหม
ต้องเพิ่มทักษะการเรียนวิชานี้แบบไหน
อะไรเนี้ยยย
มีสักกี่คนที่จะถามว่า
อาจารย์คะ ลูกดิฉันไหว้สวยขึ้นหรือยังคะ
พูดจาไพเราะหรือเปล่า
มีน้ำใจช่วยงานในกลุ่มหรือเปล่า
ลูกผมไปตบกระบาลเพื่อนเล่นบ่อยไหม เพราะที่บ้านก็ตบกระบาลพี่เลี้ยงเล่นบ่อยๆ
คำถามแบบนี้....
ห้าปีไม่เคยเห็น
********
ปัญหาที่พ่อแม่วิตกจริตอยู่ตอนนี้ เกมส์ออนไลน์
สรุปๆแล้วที่ฟัง ก็เกิดจากการ ไม่มีวินัย(ทั้งพ่อแม่และลูก) ไม่มีเวลาเลยให้ลูกเล่นไปพลางๆ(จนติด)
คำคมจากพี่นัฐ...
“.....เขาถามผมว่าทำไงลูกถึงไม่ติด (บ้านนี้มีเกมส์ทุกอย่างที่มีบนโลก..กระมัง) ผมก็บอกว่าเวลาลูกจะเล่นผมก็เล่นด้วยไง เขาบอกว่าก็เขาไม่มีเวลานี่ ...ผมโคตรเบื่อเลยพวกที่ชอบพูดว่าไม่มีเวลาๆ มี24ชั่วโมงเท่ากัน มันไม่มีเวลาให้ลูก มันจะมีลูกกันทำไมวะ...”(น้องถอดคำไม่ผิดเพี้ยนนะพี่นะ)
ความในใจของเด็กบางคน ในบอร์ดหน้าห้องที่มีถึงผู้ปกครอง
...รักพ่อกับแม่ที่สุด...
.... จะเป็นเด็กดี...
....ไม่อยากให้แม่ตี ถึงผมจะทำผิดแต่ไม่อยากให้แม่ตีผม..อันนี้เล่นเอาน้ำตาคลอ
......หันไปหาอันไหนของลูกเราน้า
“.....อยากให้แม่พักผ่อนเยอะๆ จะได้แข็งแรง ขอให้ป่าป๊าระวังอันตรายเวลาเดินทางไปเมืองนอก...”
แม่กับป่าป๊ารู้แล้วนะครับ.....
หนูเห็นดอกขจรไหมลูก สีเริ่มเหลืองแล้ว
ทำไมแม่ไม่เอาไปทำแกงจืด
อันนี้แม่อยากเอาไว้ให้หนูดู
ได้ประโยชน์อีกหนึ่งอย่าง...เอาไว้ดูก็ได้
แม่จะวาดไม๊
ถ้าว่างนะ
ถ้าแม่วาดก็ได้ประโยชน์อีกอย่าง
ฉันแอบอมยิ้ม
วิชาก็เหมือนดอกขจรนั่นแหละลูก ดอกขจรแค่ชนิดเดียว ทำประโยชน์ได้สารพัน
คนที่ฉลาด ไม่ใช่คนที่มีดอกขจรเต็มถุง
แต่เป็นคนที่รู้จักเอาดอกขจรไปใช้ทำนู่นนี่ ให้ท้องอิ่ม ให้ใจเบิกบาน และคนอื่นเป็นสุข
และแม่ไม่เสียเวลาไปดั้นด้นหาดอกขจรมาปลูกให้เต็มสวนให้ลูกเด็ดใช้ ไปมากกว่าใช้เวลาที่มีสอนให้ลูกรู้จักปลูก พอใจและใช้ดอกขจรที่อยู่ในมือ
มาสร้างความสุขให้กับตัวเองและคนรอบข้าง
หลังอาหารมื้อเย็น บลิ้งค์เล่นคีย์บอร์ดให้แม่กับป่าป๊าฟัง ไบท์วาดรูปลงในสมุดบันทึก
ส่วนป่าป๊าไปชงชาดื่มระหว่างฟังลูกเล่นเพลงให้ฟัง ฉันหัวเราะเบาๆ ไบท์เงยหน้ามาถามว่า แม่หัวเราะอะไร บอกลูกไปว่า
แม่กำลังคิดว่า ดอกขจรที่เหลือ แม่จะแกงส้ม หรือเอาไปลองทำขนมปังดี
ไบท์ว่าสงสัยแม่จะเอาไปทำขนมปัง...ลูกชายตอบพร้อมอมยิ้มกวนๆ
555555555
******
เมื่อเช้า..ดอกบัวบนระเบียงบานดอก...เจ็ดโมงจะครึ่งแล้ว ลูกวางช้อนจากชามมักกะโรนี ใส่ดอกขจร ฉันเรียกลูกเสียงดังให้รีบมาดูดอกบัว เสียงพ่อเร่งกลัวไปโรงเรียนไม่ทัน
เชื่อฉันสิ...เสียเวลาแค่ไม่ถึงสองนาทีเท่านั้น...รับรองว่าเช้านี้ลูกจะมีความสุขไปทั้งวัน
ดอกขจรเริ่มโรยแล้ว...
ดอกบัวกำลังบาน
อีกไม่กี่วันก็จะโรยตามไป
มีแต่ความทรงจำของวันเวลาที่ดีเท่านั้น...
ที่เบ่งบานไม่รู้วันโรยรา..
ที่บ้านของฉัน
************* 8월 26일 Jesus, I trust in Thee.Jesus, I trust in Thee. .....ไม่เคยรู้สึกว่า..การเป็นคนไทยมันทุเรศ..เท่ากับวันนี้เลย... ...จากไดอารี่..เมื่อวันศุกร์ที่ 24 สิงหา 50
*********************************
พักนี้ รู้สึกท้อแท้ และสิ้นหวังกับหลายๆเรื่องที่กำลังเกิดกับชีวิต
สองปีที่ผ่านมามีพายุพัดเรื่องเลวร้ายหลายๆอย่างเข้าสู่ชีวิต
กระนั้นก็ดี ฉันพยายามอย่างสุดกำลังที่จะเข้มแข็งและประคองสิ่งที่รับผิดชอบในมือ ฝ่ามันมาให้ได้
ทุกๆครั้งที่เรื่องแย่ๆมันอยู่กับวันเวลาของเรา ฉันพยายามเสมอที่จะมองโลกด้วยสายตาที่สวยงาม
อดทนและเชื่อมั่นว่า
ด้วยความพยายามและใช้พระวาจานำทาง
..ฉันจะรอด
เมื่อศุกร์ที่ผ่านมานี้..ความอดทนทั้งหมดก็สิ้นสุดลงด้วยคำพูดของคนที่เคารพนับถือ
“ช่างมันเถอะ..สังคมมันก็เป็นแบบนี้”
ฉันรู้สึกว่า...กำลังแพ้...กำลังก้มหัวศิโรราบ กับค่านิยมของสังคม ที่ฉันเคยถ่มถุยและดูหมิ่น
ศุกร์นั้น..เป็นวันแรกในรอบสองปี..ที่ร้องไห้..โดยที่ไม่อยากลุกขึ้นมา
...การเป็นคนดีมันช่างยากลำบากเหลือเกินพระเจ้าข้า...
.ลูกจะเป็นคนเลวเพื่อตอบแทนคนที่เลวร้ายกับลูก
มันง่ายนิดเดียว
สติปัญญาที่พระองค์ให้ลูกมามันมากพอที่จะเอาคืน คนที่เลวร้ายเหล่านั้นเพียงชั่วข้ามคืน..
แต่ลูกจะเสียพระองค์ไป
ลูกจะละทิ้งหนทางที่ลูกเพียรพยายามเดินมาตลอดเกือบสิบกว่าปี
ลูกควรทำอย่างไรดี
**************************
เมื่อเช้าวันนี้...เราสี่คนพ่อแม่ลูก ไปร่วมมิสซาเหมือนปกติ..
แต่ละย่างก้าวที่เข้าใกล้พระเป็นเจ้าดูมันหนักหนาเหลือเกินสำหรับฉัน
มิสซากำลังจะเริ่ม..ฉันเหลือบมองเด็กช่วยมิสซาที่เดินตามพ่อเจ้าวัดมา
มีคนเดียว
ลูกชายตัวน้อย สบสายตา
“ไม่ไปก็ได้นะ”ฉันบอกลูกแบบนั้น
หลายๆมิสซาที่ผ่านมา เขาไม่อยากไปช่วย ฉันรู้เพราะเหตุใด
อีกไม่นาน เราแม่ลูกต้องอยู่ห่างกันเกือบสองเดือน
เป็นเหตุผลเดียว..ที่เขาอยากใช้ทุกเวลาอยู่ใกล้ฉันมากที่สุด
อยู่ทุกเวลาแม้กระทั่ง..เวลาที่แม่ของเขาอ่อนแอที่สุด..แบบนี้
มิสซาเพิ่งเริ่มได้สักครู่เดียว
ไบท์หันมาบอกว่า..จะไปเข้าห้องน้ำนะแม่
ฉันพยักหน้าเนือยๆ
พิธีดำเนินต่อไป
ฉันจ้องมองไปที่รูปสลักพระเยซูถูกตรึงกางเขน ที่ตั้งตระหง่านเบื้องหน้า
“บอกอะไรลูกสักอย่าง..อย่าได้ทิ้งลูกแบบนี้”
เบื้องล่าง ประตูข้างพระแท่นเปิดออก
ร่างของลูกชายตัวน้อย สวมชุดสีขาวเดินออกจะประตูและมาหยุดหน้าพระแท่น
ภาพนั้น..ฉันกลั้นน้ำตาไม่อยู่
******
ในเวลาที่ยากลำบาก ที่จะต้องตัดสินใจ
หลายๆครั้งคนเราเลือกที่จะเห็นแก่ตัว เลือกที่จะทำร้ายคนอื่น
หลายๆครั้งคนที่ถูกทำร้าย ก็เลือกที่จะตอบแทนกลับด้วยความร้ายกาจ
มันยากมากสำหรับการให้อภัย
เมื่อเช้านี้ลูกชายตัวเล็กๆกำลังสอนฉัน
เวลาที่อยู่ใกล้แม่ที่เขารักมันสำคัญกับเขามาก
เวลา..สิ่งที่เขาไม่สามารถจะซื้อหาได้
มีแค่เท่าที่อยู่..เท่าที่มี
แต่เขาเลือกทิ้งเวลานั้น
ไปช่วยผู้อื่น
เพื่อฉัน เพื่อโบสถ์ เพื่อพระเจ้า
สิ่งเล็กๆแค่นั้นเอง...มันแค่สิ่งเล็กๆที่ลูกทำ
สิ่งเล็กๆที่สามารถลบล้างความเจ็บปวดที่อยู่ในใจของฉัน
อย่างหมดสิ้น...
ลูกเลือก...ที่จะทำดี
“มันยากนะที่จะเป็น จะทำ สิ่งที่ดี สิ่งที่ถูกต้อง”
หากฉันสามารถทำได้ ผ่านมันไปได้
ฉันไม่จำเป็นต้องค้อมหัวให้กับใคร
มีแต่ขาวและดำ
ไม่มีสีเทา
มันต้องเลือกแค่สองสิ่งเท่านั้น
ขาว...หรือ...ดำ
ดี...หรือ...เลว
ฉันเลือกแล้ว
เมื่อเช้าที่ผ่านมานี้
8월 24일 แด่ วันแม่ อีกครั้งแด่..วันแม่ อีกครั้ง
จริงๆอยากอัพมันวันเดียวกะวันแม่นั่นแหล่ะ แต่ดูแล้วมันจะขัดแย้งกับความกตัญญูที่พยายาม(เหลือเกิน)ที่จะทำให้แม่ของตัวเอง
เลยเอาเรื่องนี้มาไว้อีกเอนทรี่นึง
เคยเบื่อวันสำคัญอะไรต่างๆกันบ้างไหม
ข้อดีเดียวของวันเหล่านี้ที่คิดได้แวบแรกตอนเรียนคือ ไม่ต้องไปโรงเรียน
พอมีลูกแล้ว ก็คิดว่า ตื่นสายสักวัน ไม่ต้องตาลีตาลานไปส่งลูกแต่เช้า
นับๆไปแล้วคนไทยมีวันหยุดกันมโหฬารกว่าชาวบ้านเขาทีเดียว
แล้ววันสำคัญ...สำคัญ อะไรแบบนี้
มันก็ทำให้คนที่มีสมองบ้าๆแบบฉันทำงาน นอกกรอบทันที
อย่างวันแม่นี่ก็เหมือนกัน
วันที่เราพยายามเชิดชูความเป็นเพศหญิงให้กระจ่างแจ้งใจแก่ทุกผู้คน
ว่าหน้าที่หนึ่งที่พระเป็นเจ้าให้ติดตัวมา เมื่อได้ใช้แล้วมันดูเท่เป็นบ้า
แม่
ฉันเป็นแม่และเป็นลูก
ดังนั้นสองสถานะนี้ จึงอาจเข้าใจได้มากกว่าอีกหลายคนที่เพิ่งมีสถานะเดียว
ในวันที่ฉันเป็นลูก ก็มีคำถามที่ชวนสงสัยมากมาย
ในวันที่ฉันเป็นแม่ ฉันก้พยายามตอบโจทย์นั้นด้วยตัวเอง
จึงพบว่า
หากต้องมีวันแม่เพื่อสรรเสริญเพศหญิงผู้ที่ผ่านการให้กำเนิด การเลี้ยงดู หรือแม้กระทั่งอุ้มชูดูแลเด็กแม้จะไม่ได้ให้กำเนิดก็ตามที
คนที่เป็นแม่นั้น
ควรสำนึกตนว่า
ตนเองได้ทำหน้าที่ของตนนั้น
ดีพอแห่งการสรรเสริญหรือยัง
เบื่อเห็นภาพหลั่งน้ำตาในทุกๆที่วันนี้ มันจะต้องร้องอะไรมากมายเหมือนจะขาดใจในวันๆเดียว
ปีนึงจะร้องเพื่อซาบซึ้งแม่ได้แค่วันเดียวหรือไง
อีก364 วัน
คำว่าแม่ ไม่เสียดแทงเข้าไปถึงถุงน้ำดี กระมัง
เลยไม่มีน้ำตา
หรือต้องรอให้ถึงเทศกาล เราจึงจะสร้างอารมณ์ได้ประหนึ่งตัวเอกในฮอลีวูด
แม่ก็น้ำตารินเป็นเขื่อนเชี่ยวหลานแตก
เมื่อวานนี้เอง
ฉันยังเห็นบางคน พ่นสัตว์เลื้อยคลานออกมาทั้งสวนสัตว์ให้กับลูก
เบื่ออะไรๆ ที่ทำกันเป็นประเพณี กระแส แฟชั่น ตามๆกันไป
เบื่อเพลง..แม่นี้มีบุญคุณอันใหญ่ล๊วงงงงง
รู้สึกเป็นการส่วนตัวว่า
วันนี้เหมือนเทศกาลกินเจเลยอ่ะ
หยุดกินหมู เป็ดไก่
แล้วกระหน่ำเชือดในตรุษจีนต่อไป
ความรักระหว่างกันมันไม่เหมือนอาหารสักหน่อย
รักกันทุกวันก็ได้
แด่..ลูกชายของแม่
แม่อาจเป็นแม่ที่แปลกประหลาด
แต่เหตุผลเดียวที่แม่ต้องการให้ลูกมาอยู่บนโลกใบนี้ก็คือ
แม่อยากถ่ายทอดความรักทั้งหมดที่แม่จะสร้างมันขึ้นมาได้ให้แก่ลูก
แม่ไม่ได้ให้กำเนิดหนูมาเพื่อ
มาดูแลแม่ยามแก่เฒ่า
มาชดเชยส่วนที่ขาดหายไป
มาเป็นความคาดหวัง
มาทำนู่น นี่ นั่น
เพื่อให้ชื่อเสียงวงศ์ตระกูล ขจรขจาย
หนูมีชีวิตของหนู
ตั้งแต่ออกจากตัวแม่แล้ว
วันนึงข้างหน้า
หากต้องทำอะไรต่อมิอะไรเพื่อแม่แล้ว
ขอจากใจว่า
"จงทำเพราะหนูมองเห็นความรักของแม่"
อย่าได้ทำ
เพราะหน้าที่
ใจของแม่จะแหลกสลาย
เพราะแม่ของลูกคนนี้
อยู่ได้เพราะความรัก
เพียงเท่านั้น
แด่..วันที่เด็กกำพร้านั่งมองโลกด้วยความสับสน และทุกข์ใจ
แด่..แม่ที่ไม่เคยสดับฟังเสียงของความรัก
แด่..สังคมแห่งการสร้างภาพ
แด่...ความล่มสลายของเพศแม่
8월 11일 ขอเป็นดอกบัวบูชา มอบแด่มารดา นิรันดร์
บัวบูชา
oสรรพสิ่งในโลกา กำเนิดมาสืบสานเผ่า
วงศ์วานสานรากเง่า แม้นานเนาว์มีที่มา oสรรพสัตว์ทั้งน้อยใหญ่ อีกพฤกษ์ไพรทั่วทิศา เติบใหญ่จาก"มารดา" เป็น"ฉายา" แห่งพงศ์พันธุ์ oบัวนี้แทนตัวลูก รักที่ถูกแม่รังสรรค์ ปกป้องด้วยชีวัน รักแม่นั้นมิจืดจาง oก่อเกิดด้วยความรัก เฝ้าฟูมฟักไม่เหินห่าง เมล็ดหนึ่งซึ่งฝังร่าง แม่เฝ้าหวังให้ผลิใบ oทุกส่วนล้วนมีคุณ ยังเกื้อหนุนให้โลกได้ ราก ก้าน แลดอกใบ เกิดเพื่อ"ให้"แก่ผู้คน oบัวงามทรงคุณค่า ประจักษ์ตาทุกแห่งหน ต้องกล้าฝ่าทุกข์ทน ประคองตนพ้นโคลนดิน oก้านตรงส่งดอกผ่าน พ้นแผ่นธารอวดกลีบกลิ่น รากหยั่งฝังฝากดิน กระแสสินธุ์มิพัดพา oเติบตนด้วยรักแท้ ดวงใจแม่เฝ้ารักษา เป็นบัวทรงคุณค่า สมเจตนาแม่ตั้งใจ oกตัญญูฝากกับเส้น รักแท้เป็นสีสดใส ชีวิตแทนผ้าใบ วาดด้วยใจเพื่อบูชา ร้อยเรียงเพื่อแม่..จากลูก
นุชวรี นรังศิยา แววเกกี
โลกของเรามักแตกต่างกันเสมอ แม่คิดอย่าง ลูกคิดอย่าง
หลายๆครั้งที่แม่ชอบเหน็บว่า พี่ขวางโลก
และหลายๆครั้งที่พี่บอกแม่ว่า แม่นั่นแหล่ะที่ไม่ยอมออกจากโลกของแม่
ทุกๆครั้งที่เราเห็นไม่ตรงกัน
มีอารมณ์เง้า งอดใส่กัน อยู่เนืองๆ
พี่กลับมาคิดภายหลังไม่ได้ว่า
ที่จริงแล้วเป็นเพราะต่างคนต่างอยากปกป้องกันและกัน
แม่เป็นห่วงพี่ เพราะกลัวจะอยู่ในสังคมนี้ไม่ได้
พี่เป็นห่วงแม่เพราะกลัวแม่จะถูกเอาเปรียบจากสังคม
กลัวกันไปกลัวกันมา
แต่ก็รู้ว่า
ไม่มีสักเสี้ยววินาทีที่ผ่านชีวิตของเราสองคน
ที่แม่จะไม่มีลูกอยู่ในโลกของแม่
และไม่มีสักเสี้ยวเวลาที่แม่จะไม่อยู่ในโลกของลูก
....
แม่รักต้นไม้ ดอกไม้ ลูกรักศิลปะ
บ่อยครั้งที่ตัวของแม่ มอมแมมเลอะดินโคลน
ขณะที่ลูกเปรอะไปด้วยสี
เราต่างอยู่กับสิ่งที่เรารัก
วันนี้โลกของเรามาอยู่ด้วยกัน
ดอกไม้ ต้นไม้ที่แม่เฝ้าถนอม
เปลี่ยนมาปรากฎอยู่บนแผ่นกระดาษ
เราสองคน มีโลกใบเดียวกัน
ลูกเสียดายเวลาที่เราเหินห่างกัน เสียดายเวลาที่ไม่ยอมเสาะหาโลกที่เราสองคน
สามารถอยู่ด้วยกัน
มันไม่สายเกินไปใช่ไหมแม่
ชีวิตคือการเรียนรู้ เราสองคนแม่ลูก จะเรียนรู้ไปจนกว่า
ความตายจะพรากจาก
ไม่รู้ว่าพระเป็นเจ้าจะเมตตาเรามากน้อยแค่ไหน
วันเวลาของเราจะเหลืออีกสักเท่าไหร่
ความฝันของแม่จะถูกเติมเต็มได้สักเพียงไหน
แต่ลูกสัญญาว่าจะพยายามให้ถึงที่สุด
วันนี้ดอกไม้ของแม่ ผ่านมือของลูก
ได้ถูกนำไปแสดงในหลายๆที่
ลูกเอาไปแสดงต่อผู้คนเพื่อที่จะบอกว่า
โลกของเราแม่ลูก เต็มไปด้วยความรัก สวยงาม
และเป็นโลกใบเดียวกันแล้ว
บัวที่แม่ปลูก คำที่แม่สอน
จะเป็นดอกบัวที่พ้นน้ำให้ได้
จะบานดอกเพื่อแม่และพ่อได้ชื่นใจ
ลูกอาจเป็นบัวดอกน้อยที่ไม่สวยงามเท่าบัวอื่นๆบนโลก
แต่ทั้งชีวิตของลูก จะเป็นคนดี
เป็นบัวบูชา
ให้แม่และพ่อ
พระของลูก
ตลอดไป
5월 30일 ศรัทธา
ศรัทธา
เกือบครึ่งปีที่ผ่านมานี้ มีเรื่องอยู่สองสามเรื่องเกิดขึ้นในสังคมของเรา บางเรื่องขึ้นพาดหน้าหนึ่งอยู่นาน
แต่เมื่อความสนใจของผู้คนน้อยลงก็ค่อยๆจางจากสายตา ทว่าในบางเรื่องกลับทิ้งคำถามค้างคาให้กับคนอีกหลายคน
ครุ่นคิดหาคำตอบ คนอย่างฉันเป็นต้น
ลองมาดูกระแสที่สร้างคำถามสองสามเรื่องที่ใกล้ตัวก่อนนะ
อันดับแรกคือ กระแสเสื้อเหลือง
ที่กระหึ่มเมืองไปเมื่อกลางปีมหามงคลที่แล้วแล้ว เรียกว่าขณะนี้แม้จะแผ่วๆไปบ้าง
แต่ก็ยังมีผลต่อหลายๆหน่วยงานหรือหลายๆคนเช่นกัน
เคยเขียนไว้ในเอนทรี่เก่า ทั้งๆที่เสื้อสีเหลืองเป็นสัญลักษณ์ของความภาคภูมิใจของคนทั้งชาติ
แต่ทุกครั้งที่ฉันเห็นเสื้อสีเหลืองบนร่างของใคร กลับอดคิดไม่ได้ว่า มันเกิดอะไรขึ้นกับสังคมไทย คนไทยของเรา
ข่าวจับกุมพ่อค้ายาบ้าที่ชายแดนแม่สาย คนค้ายาบ้าใส่เสื้อเหลือง เรารักในหลวง
ข่าวเด็กนักเรียนถูกวัยรุ่นแทงตายขณะรอรถเมล์ ผู้ต้องหาใส่Wrist band เรารักในหลวง
แม้กระทั่ง นังจิตเสื่อมบางคนที่ฉันรู้จัก ที่ชอบกระหน่ำชอปปิ้งของก๊อปปี้ สินค้าแบรนด์แนม (เหมือนจะขนไปถมที่งั้นแหล่ะ)
มาแสดงอาการดูแคลน เมื่อวันนึงฉันไม่ใส่เสื้อสีเหลืองในวันจันทร์
คนไทยรักในหลวง...อย่างนั้นหรือ รักแบบไหน รักอย่างไร
อันดับสองกระแสต่อต้านการแต่งตัวโป๊ของดารา เด็กวัยรุ่นและเกมส์ออนไลน์
ออกมาพูดกันเป็นปีๆ ปีนี้หรือปีที่แล้วไม่ใช่ปีแรกที่พาดหัวหน้าหนึ่ง มันมีให้เห็นทุกปี ฉันก็สงสัยว่า จะวิพากษ์วิจารณ์ไปให้เสียเวลาทำไม
ในเมื่อรู้อยู่แก่ใจว่า สำนึกพวกนี้ มันไม่ได้พาดหัวหน้าหนึ่งวันเดียว เด็กสาวๆจะเลิกนุ่งสั้น ดาราจะไม่(หาช่อง)แต่งตัวเรียกร้องความสนใจ
หรือ ร้านเกมส์จะเจ้งเพราะเด็กเห็นพาดหัวข่าวแล้วหยุดเล่นเกมส์
จนไม่นานมานี้ เด็กหนุ่มที่เอาปืนไปกราดยิงชาวบ้านและตำรวจตาย ดูกระแสการวิพากษณ์วิจารณ์ ก็ชักแผ่วๆลงไปแล้ว
(เชคจากแม่ค้าขายของปากซอย ตอนนี้ทุกแผงเมาท์ถึงละครช่องเจ็ดเรื่องใหม่กัน ทั้งที่ไม่นานมานี้ ข่าวเด็กหนุ่มคนนั้นยังเป็นทอคออฟเดอะทาวน์)
มันหลุดจากหัวข้อสนทนาอย่างง่ายดาย เหมือนหลังหวยออก สองวันสามวันกับเสียงบ่นถึงตัวเลขที่เก็งพลาดไปติ๊สสส
และเริ่มเก็งตัวใหม่อย่างไม่เสียดายเงินที่สูญไปกับการซื้อครั้งก่อน
ทั้งๆที่ผู้ใหญ่ พ่อแม่ ผู้ปกครอง ควรจะใส่ใจว่า นี่มันเรื่องใกล้ตัว หรือต้องรอให้วันนึง ลูกสาวของตัวเองกลับมาบอกว่า
แม่วันนี้เจอเสี่ยมือเติบหนูไปนอนหนเดียวได้มาเป็นหมื่น พ่อ หนูใส่บิกี่นี่ ตัวนี้ไปเดินพาราก้อน พ่อว่าสวยไม๊ หรือ
ลูกใครสักคนเดินเอามีดไปปาดคอ พี่ น้อง ที่อยู่ในบ้านเพราะเคืองที่เดินเหยียบเงาเขาเข้า
อันดับสาม จตุคาม รามเทพ
เชื่อไหมว่า เห็นพระเครื่องรุ่นนี้มานานมากแต่ไม่เคยรู้ว่าวันหนึ่ง จะมีคนเจ็บคนตายเพราะยื้อแย่งเพื่อเป็นเจ้าของ
( ครั้งหนึ่งที่คุณอาซึ่งพำนักในจังหวัดนครศรีธรรมราช ส่งมาให้เป็นของขวัญ ฉันก็ได้ให้พ่อเก็บรักษาเอาไว้ กลิ่นว่านที่นำมาเป็นส่วนผสมมันฉุนจนทนไม่ไหว ฉันยังนึกในใจว่านี่ถ้าวางใกล้คุกกี้โอริโอ้ ไม่สังเกตดีๆมีหวังกินผิดกินถูกกันได้)
เคยได้อ่านผ่านตามาว่า เทพ เป็นวิญญาณในรูปแบบหนึ่งที่มีหน้าที่ดูแลรักษาธรรมชาติ หรือสถานที่สำคัญ เมื่อปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ
ดวงวิญญาณที่บริสุทธ์ขึ้นจะได้เลื่อนชั้นขึ้นไปยังภพภูมิที่สูงกว่า
เมื่อปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ......พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ได้บอกไว้แก่ชาวพุทธหรอกหรือ
กระแสสุดท้าย..ตุ๊กตาห้อยท้ายรถ
เห็นจากญี่ปุ่นเมื่อหลายปีก่อน แต่เพิ่งสะดุดตาไม่นาน เมื่อขับรถผ่านอุตรดิถต์ กลับกรุงเทพฯกลางเดือนที่แล้ว
รถบรรทุกคันใหญ่ ห้อยตุ๊กตาหมีแพนด้าตัวเบ้อเริ่ม..ใหญ่จริงๆนะ ตอนนั้นหัวเราะกันคิกคัก พอผ่านไปไม่นาน เริ่มสังเกตว่ารถน้อยใหญ่
มีตุ๊กตาห้อยต่องแต่ง อยู่ท้ายรถ บางคันแขวนใหม่ๆสีสดใส ก็น่ารักดี บางคันคงประเภทอินเทรนก่อนเพื่อนหรือไม่ก็สมบุกสมบัน สภาพตุ๊กตาเป็นที่น่าเวทนายิ่ง..
มันเป็นกระแส..เล็กๆ ที่ไม่ได้ทรงอิทธิพลต่อสังคมมากมาย
แต่มันกลับทำให้มีคำถามขึ้นมาอีกว่า กระแสของสังคม มันมีอิทธิพลต่อการประพฤติปฏิบัติจริงๆหรือ
ถ้ากระแสมันมีผลในการปฏิบัติ จริง เสื้อสีเหลืองที่แสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีของคนไทย ควรมีอิทธิพลในการเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง
ที่ย่ำแย่ในสังคมให้ดีขึ้นได้ไม่ใช่หรือ ในเมื่อถามใครๆ ทุกคนก็บอกว่า พระองค์ท่านเป็นแบบอย่างที่ดีงาม เป็นหลักที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ
มีใครเคยตั้งคำถามบ้างไหม มีคนไทยสักกี่คนที่เปลี่ยนแปลงตัวเองเพราะเห็นพระองค์ท่านในเสื้อเหลือง ที่คนทั้งชาติภาคภูมิใจนี้
ขณะเดียวกัน พระเครื่องจตุคามฯ ก็ไม่ได้แตกต่างกัน ทุกครั้งที่ถูกถามว่าไม่แขวนบ้างหรือ ไม่จองบ้างหรือ และถามกลับว่าจะให้แขวนทำไม
และเขาแขวนทำไม มันก้ไม่ได้มีคำตอบที่ชัดเจนเลยสักครั้ง
แขวนแล้วเขาว่าจะร่ำรวยขึ้น
แล้วคนที่เคยแขวนร่ำรวยจริงป่ะ
มีนะ บางคนแขวนแล้วถูกหวย
อ้าว..ถ้าไม่ซื้อหวยจะแขวนทำไมล่ะ
แหมก็แขวนให้แคล้วคลาด
ทำไมรัฐบาลไม่บูชาจตุคามไปแจกพี่น้องชายแดนภาคใต้ล่ะถ้าช่วยให้แคล้วคลาด
นี่อย่าพูดดูถูกไปนะ เรื่องอย่างนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู
ตรงไหนที่พูดลบหลู่
อ้าวก็ที่พูดๆมา
ก็ถามเหตุผลไง ว่าทำไมถึงต้องแขวน มันต้องมีเหตุผลที่ดีกว่าที่ตอบมาสิ พุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งเหตุและผลไม่ใช่เหรอ
เทพจตุคามก็เป็นเทพที่ มีบารมีธรรมตามหลักธรรมของพุทธศาสนาพร้อมซึ่งเท่ากับเทพศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา
สรุปแล้ว เราแขวนจตุคามหรือไม่แขวน ถ้าเรามีศาสนา เทพจตุคามก็จะปกปักษ์รักษาเรา แบบนี้ถูกไหม
เงียบ.....
ตั้งคำถามในใจว่า มีสักกี่คนที่รู้จักองค์เทพจตุคาม แล้วยินดีจะปกป้องพระพุทธศาสนาด้วยการประพฤติปฏิบัติดีเหมือนที่เทพจตุคามได้กระทำ
เป็นประจักษ์พยานในคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า ดีจริง ประเสริฐจริง
ฉันรู้สึกเองว่า ศรัทธาแบบนี้เอง ที่ทำให้พระพุทธศาสนาถูกทอนความยิ่งใหญ่ลงมา
ผู้คนเรียกหาเทพมาดลบันดาลความสุขให้ มากกว่าจะยึดคำสอนพระพุทธองค์มาปฏิบัติ
วัดไม่เคยไป ตื่นไม่ทันใส่บาตร เล่นหวยทุกงวด ทำงานช้าวชามเย็นชาม ขี้เกียจตัวเป็นขน เมาเช้าเมาเย็น.....
ต่อให้เอาพระประธานมาแขวนก็คงไม่ได้ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นกระมัง
ถ้านางตะเคียนที่สิงในต้นไม้ หรือวัวสองหัว ทำให้ชาวบ้านถูกหวยรางวัลที่หนึ่งกันทั้งประเทศ
ใครบอกเราได้ไหมว่า คนที่แขวนจตุคามจะคิดว่าศักดิ์สิทธ์มากกว่าหรือพอๆกับท่านเทพที่เขาแขวนอยู่ จะมีใครเปลี่ยนศรัทธานี้ไหม
ถ้าจะมีฝรั่งใส่จีสตริงลายพระพุทธรูป ไอ่ฝรั่งพวกนั้นบาปมากกว่าคนที่เรียกตัวเองว่าชาวพุทธที่เหยียบย่ำพุทธศาสนาด้วยศรัทธาที่งมงายไหม
ถ้าพระธรรมเป็นสิ่งสูงสุดที่ชาวพุทธได้รับจากพระพุทธเจ้า
ทำไมต้องไปบูชาวัตถุและเชื่อในอำนาจ ที่ด้อยกว่า ความยิ่งใหญ่แห่งธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
นึกถึงเรื่องชายวิกลจริตที่ถูกชาวบ้านกระทืบตายเพราะไปทุบพระพรหมขึ้นมาได้ กรณีเดียวกัน ถ้ารูปเคารพพระพรหม(วัตถุ)ถูกทุบ เพราะคนบ้า
พระพรหมจะไม่ปราณีต่อเขาเชียวหรือ ทำไมชาวบ้านผู้ศรัทธาต่อพระพรหมต้องพิพากษาชีวิตชายวิกลจริต(อย่างที่เขาว่า) ด้วยการกระทำที่พระพรหมไม่มีทางจะทำ เซ่นรูปเคารพที่สร้างขึ้นใหม่ได้ด้วยชีวิตของมนุษย์ที่ไม่สามารถคืนกลับมาให้ครอบครัวเขาได้
มันเป็นตรรกะที่สับสน ศรัทธาที่วกวน...หรือสังคมมันป่วยไข้จริงๆ
ตอนนี้รู้แต่ว่าคนขายพระเครื่องจตุคาม แขวนจตุคามแล้วรวย...ไม่ต้องให้หมอลักษณ์มาฟันธงเลยเอ้า!!!!
ว่าด้วยเรื่องนุ่งน้อยห่มน้อยและเกมส์ออนไลน์ เอาเรื่องน้อยๆก่อนนะ กระแสคับติ้ว โชว์นม กระโปรงคืบ โชว์????
เห็นฮึ่มฮ่ำกันพักใหญ่ๆ ถามจริงๆเถอะว่า จะมีใครหน้าไหนมาบังคับให้เด็กเหล่านี้เลิกนุ่งน้อยห่มน้อย
พี่ ..พวกผู้ชายที่ทำงานนะมันนินทาหนูหยาบคายมาก
ยังไง
ทุเรศมากเลย มันว่าหน้าอกหนูท่าจะเต็มไม้เต็มมือดี มีทุเรศกว่านั้นอีกนะฯลฯ
แล้วไปรู้มายังไง
มันสุมหัวกันในห้องพัก หนูเดินไปเอาน้ำได้ยินพอดี
ฉันมองเสื้อที่เธอใส่...อืม..ถ้าจะจริงแฮะ
น้องก็ระวังๆหน่อยแล้วกัน เขาสังเกตเห็นแบบนี้แสดงว่ามีที่ให้สังเกต มอง..เอาไปไม่ได้หรอก แต่มองแล้วมีอารมณ์มาปู้ยี่ปู้ยำน้องอ่ะ..ได้
โห..นี่มาปรึกษานะ
ก็ให้คำแนะนำแล้วไง ระวังตัวดีๆ หาเหตุ อะไรที่ทำให้เขาคิดกับเราแบบนั้นก็หมดเรื่อง
อีหนูคนนี้ ซื้อเสื้อคลุมตัวโคร่งมาปิด แต่หลังเลิกงานเธอก็กลับบ้านด้วยกระโปรงคับติ้ว เสื้อรัดรูป
มันจะช่วยอะไรได้ไหมนั่นน่ะ เพื่อนสาวรำพึงหลังได้ยินเรื่องที่ฉันเล่า
ก็ไม่รู้แหล่ะ เลือกเอาว่าจะได้ผัวเป็นวินมอเตอร์ไซด์หรือผู้ชายในออฟฟิศ..ฉันตอบไปอย่างนั้น
เรื่องเกมส์ออนไลน์นี่อยากจะเขียนยาวๆนะ แต่ขอยกความผิดทั้งหมดแก่พ่อแม่ ในทั้งสองเรื่องก็แล้วกัน
เหตุผลน่ะเหรอ.....
เด็กที่ไม่มีวุฒิภาวะในการตัดสินใจ เด็กที่ขาดระเบียบวินัย ในทุกๆเรื่อง ครอบครัวจะไม่มีส่วนรับผิดชอบเชียวหรือ?
รัฐบาลหรือสังคมจะยื่นหน้ามาแก้ปัญหาอะไร ออกพรบ ห้ามเด็กสาวสัญชาติไทยนุ่งน้อยห่มน้อยหรือนุ่งห่มด้วยเสื้อผ้าที่ขัดต่อวัฒนธรรม งั้นหรือ
หรือออกกฎหมายการเล่น หรือซื้อขายเกมส์ที่มีความรุนแรงมีโทษเทียบเท่าการฆ่าคนตาย
(เพราะมีผลวิจัยสนับสนุนจังเลยว่ามันมีผลต่อจิตใจเด็ก ไม่รู้มากกว่าพ่อแม่ที่ตบตีกันให้ลูกเห็นหรือลงโทษลูกด้วยความรุนแรงหรือเปล่า)
จะช่วยให้ดีขึ้นไหมเนี๊ยะ
ถามตัวเองก่อนว่าทำอะไรพลาดไปผิดไปเมื่อลูกเป็นแบบนี้ มากกว่าจะไปคร่ำครวญว่าเพราะเกมส์ออนไลน์ ลูกสาวถูกข่มขืนตายเพราะแต่งตัวตามดารา
ถ้าสำนึกในการอบรมดูแลลูกของตนมันไม่มีแล้ว จะช่วยให้เด็กเติบโตไปเป็นคนที่คิดเป็น ทำเป็นได้อย่างไร
วันนึงผลแห่งการไม่อบรมสั่งสอนดูแลมันย้อนมา จะไปโทษใคร
มีเยอะไปที่ลูกเล่นเกมส์ออนไลน์แต่กลับรับผิดชอบชีวิตตัวเองได้อย่างดี
มีไม่น้อยที่ได้เห็นเด็กสาวๆแต่งตัวตามสมัย แต่กลับยินดีที่จะช่วยเหลือผู้คนในสังคมมากกว่าผู้ใหญ่ที่ “ใหญ่ๆ”บางคน
อะไรที่ทำให้เด็กที่บริโภคกระแสเหล่านี้ ดูแตกต่าง ฉันได้พบกว่า90%พ่อแม่ของเขา เอาใจใส่ดูแลอย่างที่ควรจะทำและอย่างเหมาะสมต่อยุคสมัย
หาได้น้อยมากที่จะเป็นทองเนื้อเก้า ผ่านกระแสมาได้อย่างงดงามโดยปราศจากการอบรมเลี้ยงดู
กระแสมันเข้ามา เป็นเราเองที่ต้องสำเนียกต่อมันว่า จะบริโภคเช่นไร ให้มันพอดี พอเหมาะ พอควร เป็นเราที่ต้องแนะนำ ชี้ทางให้เด็กๆ
เห็นความแตกต่าง เห็นข้อดี ข้อเสีย และหนทางที่จะปรับตัวให้อยู่รอดในกระแสให้ได้
ก็ผู้ใหญ่สับสนต่อศรัทธา วิ่งตามกระแสแบบงมงายทั้งเมือง เด็กๆ ก็วิ่งตามกระแสและบริโภคกระแสอย่างไร้คนดูแล
กระแสตุ๊กตาที่ห้อยต่องแต่งท้ายรถนั้นสร้างคำถามกับฉันว่า
มีสักกี่คนกันหนอ ที่วิ่งตามกระแสแล้วรู้ว่าตนเองกำลังทำอะไรอยู่ เพราะอะไร เพื่ออะไร
มีสักกี่คนที่สนใจว่า คนแรกที่สร้างกระแสเหล่านี้ขึ้นมา จะรู้สึกอย่างไรต่อความมีอิทธิพลของกระแสที่ตัวเองสร้างในสังคมที่อ่อนไหวแบบนี้
คนที่มีธรรมะอยู่ในใจ แม้จะประสพความล้มเหลวทางโลก
เขาผู้นั้นจะไม่คิดคร่ำครวญ ถึงผลแห่งความล้มเหลว
หากแต่จะเพียรพยายามมุ่งมั่นที่จะทำคุณงามความดีต่อไป เพราะรู้แก่ใจว่า
ผลแห่งการกระทำดีมิได้ตอบแทนด้วยลาภ ยศ สรรเสริญ
หากแต่เป็นความปิติในใจที่ตนได้เป็นส่วนหนึ่งและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับธรรมะ หรือความดีทั้งปวง
Burstฉันสำนึกเสมอว่า
ผู้คนที่เกิดมาบนโลกนี้ ล้วนมีจุดประสงค์
และทุกๆชีวิตย่อมมีความเกี่ยวเนื่องต่อกัน
ชีวิตหนึ่งจะมีผลกระทบต่ออีกหลายๆชีวิต
เพียงแต่ข้อจำกัดของการรับรู้ของเรา
เราอาจไม่รู้เลยว่า
บางทีการกระทำเล็กๆของเรา อาจมีผลต่อผู้คนที่ห่างไกลอีกมหาศาล
ฉันภาวนาต่อพระเป็นเจ้าเสมอว่า
ขอให้ทุกย่างก้าวของฉัน
อย่าได้ทำร้ายใคร
แต่ขอให้ทุกย่างก้าวของฉัน
เป็นส่วนหนึ่งของความรื่นรมย์ที่พวกเขาเหล่านั้นจะได้รับ...
......
ข้างบ้านฉัน มีเด็กๆหลายคนที่ฉันเห็นบางคนมาตั้งแต่เกิด
ตั้งแต่ตัวเล็กๆ ยังไม่เดียงสากับสิ่งใดในโลก
ฉันรู้สึกดีเสมอเมื่อได้อยู่ท่ามกลางเด็กๆเหล่านี้
หลายคนผ่านวันเวลามาจนเติบใหญ่
บ้างก็ทุกข์ทรมานนักกับสภาพครอบครัวที่ร้าวฉาน
บ้างก็อัตคัดขัดสน
บ้างก็ขาดพ่อหรือแม่ ..มีไม่กี่คนที่ดูจะครบพร้อม
ไม่ว่าจะเป็นเด็กคนไหน ฉันก็ยังเป็นคุณน้าใจดีสำหรับพวกเขา
ทุกๆเวลาที่พบเจอ จะมีของขบเคี้ยวที่เป็นของหวานท้อง
พาไปวิ่งเล่นที่สนามเด็กเล่นหลังหมู่บ้าน
และ...คำพูดดีๆ ที่จะเป็นสิ่งเยียวยาจิตใจและเป็นของหวานของวิญญาณ
ฉันจะทำเสมอ..ให้เสมอ
"ด้วยคิดเองว่า..การที่มีใครบางคนปฏิบัติต่อเราอย่างเห็นคุณค่าความเป็นมนุษย์ในตัวเรา
มันเป็นเหตุผลเพียงพอต่อการมีชีวิตอยู่และ
มีเหตุผลมากพอที่เราจะเติบโตมาเป็นคนดี
และปฏิบัติต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันในสิ่งที่ควรกระทำ"
ฉันคิดแค่นี้
.....
วันนั้นก็เหมือนอีกหลายวันที่พบเจอ
เมื่อก้าวออกจากประตูบ้าน เด็กที่รู้จักและวิ่งเล่นอยู่แถวนั้น
ก็ทักทายและสวัสดีอย่างที่เคย
ฉันทำเหมือนเคย..ยิ้มและกล่าวทักทายตอบ โอบไหล่เด็กตัวเล็กๆที่อยู่ใกล้แล้วออกจากบ้าน
ถ้าบังเอิญไม่ลืมของ...บังเอิญไม่กลับมาที่บ้านอีกในทันทีที่นึกได้
ฉันคงไม่รู้ว่า
สิ่งที่ทำทุกวัน...มันไม่ได้ดีพร้อมเหมือนที่เคยคิด
" แหม..สวัสดีคร้าบน้าแจง น้าแจงไปไหนครับ..แม๊...ทักกันที..มึงพูดเหมือนพูดกับเทวดา นางฟ้า
โอย..อยู่บ้านมึงไม่พูดกับกูแบบนี้บ้างวะ ไม่นึกจะพูดกับกูบ้างวะ ..."
คำพูดที่ลอยเข้าหู..ทำให้ต้องหยุดฟังและลำดับเรื่องราว
ความอารี ใจดี ที่ฉันมีให้คนรอบข้าง กลับกลายเป็นยาขมสำหรับคนบางคนไปแล้ว
บางคนที่ไม่เคยปฏิบัติต่อลูก หลาน เยี่ยงพ่อแม่ เยี่ยงญาติมิตรควรจะทำ
คนที่ทำร้ายเด็กๆด้วยคำพูดหยาบคาย และไร้เหตุผลในการลงโทษ
สิ่งที่ฉันปฏิบัติต่อเด็กๆเหล่านั้น กลายเป็นการเปรียบเทียบ
และทำให้คนเหล่านั้น หล่นร่วงลงไปอยู่ใต้เส้นของความดีงาม
เขากลายเป็นคนที่น่ารังเกียจและอยากหนีห่างสำหรับเด็กๆของเขา
เพราะฉัน...
..................
ฉันควรจะโอบกอดเด็กๆเหล่านั้นต่อไปไหม? ควรจะพูดด้วยความสุภาพอย่างที่เคยทำไหม?
จะเป็นที่ปรึกษา จะเป็นคนขวางระหว่างไม้เรียว จะเป็นคนเล่านิทาน สอนหนังสือ
หรือชวนเด็กๆวิ่งเล่นต่อไปอีกไหม?
ควรจะเป็น คุณน้าใจดี ต่อไปอีกหรือเปล่า?
..................
หลายๆคนตอบคำถามนี้ว่า ฉันไม่ได้ทำผิด พ่อแม่เด็กเหล่านั้นที่ต้องรู้จักปรับปรุงตัว
แต่ฉันกลับคิดว่า
เขายังต้องจะอยู่ด้วยกันไปอีกนาน..
หากผู้คนในบ้านอยู่อย่างเห็นอีกฝ่ายเป็นเชื้อโรคร้ายที่ต้องหาทางกำจัดหรือหนีห่าง
ฉันคงเสียใจกับการทำดีของตัวเอง
.........
"บางทีนะ น้าอาจจะลองเป็นคนใจร้ายดูสักวัน
ไม่ทัก ไม่พูด ไม่ตอบ ไม่ช่วยเหลือ
บางทีแม่ของหนู ย่าของหนู ยายของหนู อาจจะเป็นนางฟ้าใจดีของหนู
อย่างที่หนูเคยบอกกับน้า...
แต่อยากให้พวกหนูรู้เหลือเกิน
ทุกครั้งที่น้าไม่ทักทาย มีแต่รอยยิ้มที่รีบ รน และลวกๆ
ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงก่นด่า หรือทุบตี
ไม่มีสักครั้งที่น้าใจดีของพวกหนู
ไม่ร้องไห้..ให้กับเทวดา นางฟ้า ตัวน้อยๆของน้า..."
ขอให้เขาเป็นเด็กดี อย่าให้เขาหนีเรียน ขยันอ่านหนังสือ ให้เขาพูดกันดีๆ พูดเพราะๆ อย่าพูดคำหยาบคาย
ให้เขาช่วยคุณย่า เข้าใจคุณแม่ อย่าเถียง ขอให้เขาเจอวันเวลาที่ดีๆ...ขอให้เขามีความอดทน.......
น้าคนนี้ขอพระเป็นเจ้าให้กับเด็กๆทุกคืน
แด่..เด็กๆทุกคนบนโลก ที่เกิดและเติบโตมาบนความไร้ปัญญา และเห็นแก่ตัวของผู้ใหญ่
แด่..ความรักที่ฉันยังเชื่อมั่นเสมอว่า..จะเยียวยาทุกสิ่ง
|
|
|